บ้านเรามีอะไรดี...ทำไมลูกค้าต่างชาติ ถึงเลือกมาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในเมืองไทย ?
“ทำไมลูกค้าต่างชาติ ถึงเลือกมาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในเมืองไทย?” ในประสบการณ์เอเจนที่ทำงานกับลูกค้าต่างชาติเป็นหลักนะคะ
เป็นข้อมูลที่สำรวจเอง จากการสนทนากับลูกค้า เป็น survey ส่วนตัว ไม่ได้ผ่านกระบวนการวิจัยใดๆ ทั้งสิ้น อ้างเป็น references ทางการไม่ได้นะคะ
ในความนิยมการลงทุนบ้านหลังที่สองนะคะ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาแล้วติดใจ จึงให้ความสนใจในการซื้อหาอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติของเราก็จะขึ้นลงไปตามสภาวะการท่องเที่ยวไทย
‘เช่าได้ก็ดี บ้านว่างก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวไอก็กลับมาอยู่อีก ใน 5-6 เดือนข้างหน้า’
กลุ่มหนีหนาว มารับแดด เป็นกลุ่มลูกค้าที่มาจากยุโรปค่ะ
นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไม คอนโดเมืองท่องเที่ยว จึงทำ balcony เบ้อเริ่ม ออกแบบพูลวิลล่า สไตล์โมเดิร์น เรียบโก้ เพราะตรงกับรสนิยมลูกค้ากลุ่มนี้
มาซื้อที่กรุงเทพ ก็ยังชอบ balcony ใหญ่ๆไว้รับแดด ห้องหันด้านตะวันตก เอาไว้ดู sunset ตามไลฟสไตล์ของเขา
ล่าสุด ลูกค้าบ่นว่า ‘ซอย สุขุมวิท11 ดูเหมือนกำลังจะพัฒนาโครงการอีกแล้ว แล้วร้านบาร์ ร้านนวด พวกนี้จะไปอยู่ที่ไหน?
มันคือเสน่ห์กรุงเทพ ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจอะไรที่มีซอยท่องราตรีแบบนี้ แต่มันไม่เหมือนที่อื่นเลย บ้านเขา บาร์แบบนี้ มันถูกเก็บเป็นระเบียบในตึกหรู ซึ่งแพง และถ้าร้านรวงเหล่านี้หายไป ก็น่าใจหายนะ’
ในยุคเศรษฐกิจยังดีมากๆ ร้านนวด ร้านสปาปลา ต้องตั้งคู่กับออฟฟิศนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตามเมืองท่องเที่ยว อย่างพัทยา หัวหิน และในกรุงเทพ ก็จะเห็นออฟฟิศนายหน้าฯเล็กๆ เปิดตามถนนที่มีนักท่องเที่ยวผ่านเยอะๆ
ซอย สุขุมวิท13 ซอยสุขุมวิท 16,20 เรียกว่า ท่องเมืองจนสุขใจ อยากกลับมาอีก ก็แวะซื้อวิลล่า คอนโด กันตรงออฟฟิศนายหน้า หน้าโรงแรมกันไปเลย และนั่นก็เป็นยุคที่ Franchise brand นายหน้า ได้รับความนิยม
เพราะต้องการดึงดูดลูกค้าต่างชาติ ให้เดินเข้าออฟฟิศด้วยแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่พวกเขารู้จักชื่ออยู่แล้วในต่างประเทศ
ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าใครๆก็กลัว rip off การเดินเข้าร้านที่พอรู้จักแบรนด์ ก็ยังดีกว่าออกไปเสี่ยงกับเอเจนท้องถิ่น ที่เขาไม่รู้จัก
กลุ่มนี้ คือมาเที่ยว แล้วติดใจ เลยซื้ออสังหาริมทรัพย์ ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปค่ะ
กลุ่มนี้ มาเมืองไทยเพื่อ Let the hair down กันเกือบทุกสัปดาห์
พอซื้อห้องแรกติดใจ Dev ไทยเก่ง ทำตึกใหม่ๆได้สวย ส่วนกลางเริ่ด ซื้อลงทุนดีกว่า เอ๊า! ดันเช่าดี Yeild 5-6% ผลตอบแทนดีกว่าที่บ้านเขา ที่อยู่แค่ 1-3% ราคาซื้อ ไม่แพงมาก จึงเริ่มลงทุนเป็นเรื่องเป็นราว
ด้วยความชอบ speculation ความนิยมซื้อฟลิบก่อนโอน ก็มาจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกๆซึ่งมาก่อนจีนแผ่นดินใหญ่อีก
ประเด็นนี้ ไม่ค่อยดึงดูด ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย เพราะตลาดบ้านเขา ตัวเลขดีกว่า ผลตอบแทนเสถียรกว่า ถ้าขายเรื่องนี้ กับสินค้าคอนโดใหม่ๆ ลูกค้าไม่ค่อย buy idea ค่ะ ฝรั่งเศสอาจจะชอบตึกใหม่ๆ เพราะบ้านเขา Yield มันต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ที่ 1% และภาษีแพงขูดเลือดขูดเนื้อ ได้ตึกสวย ทำเลดีในกรุงเทพ ก็ Why not?
โดยเฉพาะโรงพยาบาล ที่ชาวพม่า และ UAE เป็นลูกค้าหลักของโรงพยาบาลเอกชนไทยมานานแล้ว
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้เห็นปรากฏการณ์ คอนโดภูเก็ตขายหมดเกาะ ลูกค้าพม่ามาซื้อคอนโดหรูในกรุงเทพมากขึ้น จำนวนยูนิตไม่มาก แต่ยอดบึ้ม
เศรษฐีกัมพูชา ลาว ก็ใช้อสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นที่ถ่ายโอน ป้องกันทรัพย์สินมานานแล้ว เช่นกัน
จีน แน่นอนค่ะ ความพยายามหาสัญชาติใหม่ ที่อยู่ใหม่ โอนเงินออกนอกประเทศ ทำให้เขาเป็นขาใหญ่ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในทุกดินแดนทั่วโลกมาหลายปี
บางคนพูดไทย แต่งงานกับคนไทยเรียบร้อย เข้าใจวิถีไทย การติดต่อกับราชการไทยเป็นอย่างดี
ดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ จะคล้ายลูกค้าไทย แต่แค่สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับเขาเท่านั้นเอง
เอาไว้พูดสวยๆ เสริมไปตอน first pitching ก็อาจจะได้อยู่
ส่วนเรื่องผลประโยชน์ทางภาษี บ้านเราไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษให้ ถ้ามีรายได้ก็ต้องจ่ายค่ะ จะเป็นจากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือจากการขายที่ต้องจ่าย Withholding tax เหมือนคนไทยอยู่ดี อาจจะถูกกว่าบางประเทศ ที่เต้องเสีย Capital gain tax และ ค่าอากรแสตมป์ที่ไม่ได้จุ๋มจิ๋ม 0.5% เหมือนบ้านเรา
เพราะจากที่คุยกับลูกค้าจริงๆ เขาก็ซื้อเพราะ อยู่แล้ว สบายใจ ถ้าเขาอยู่เองได้ มันก็น่าจะเช่า และทำเงินได้ล่ะค่ะ
ส่วนเคสที่จะขุดหาบ้าน คอนโด ราคาถูกๆ แล้ว renovate ขาย เป็นเรื่องเป็นราว มันก็มีไม่มาก แต่ก็ไม่ใช่ไม่มี และที่มาขอต่อคิวรอข้อมูล hot deal ก็ไม่น้อยนะคะ
แต่จะมีของขายให้ไหม เมื่อไหร่ ก็ต้องใช้วิชาเอเจนเข้าทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่รายละเอียดมาก จึงไม่ขอแบ่งปันในวงกว้างตรงนี้ค่ะ
6 วันหยุดยาว อย่าหยุดเพลิน และขอให้ขายดิบขายดี ในทุกภาวะตลาดกันนะคะทุกคน