สิ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับการทำการตลาดปีนี้ ไม่ใช่เรื่องของการทำอย่างไรให้ mass
กล่าวโดยสรุป สิ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับการทำการตลาดปีนี้ ไม่ใช่เรื่องของการทำอย่างไรให้ mass การทำการตลาดอย่างไรให้ลูกค้ามองเห็นแต่เป็นการทำการตลาดแบบ copy cat
คุณตื่นเช้ามาหยิบโทรศัพท์เลื่อนดู feed เอเจ้นท์คนเดิมทำคลิป present อีกแล้วยอดวิวหลักแสนคอมเมนต์อย่างแน่น
เมื่อคุณเห็นวิธีการทำการตลาดของเอเจ้นท์คนอื่นแล้วแล้วในหัวคุณเริ่มพูดกับตัวเอง “เขาทำได้ เราก็ต้องทำได้”
คุณเปิดกล้องพูดตามที่เห็นเขาพูดแต่งตัวคล้ายกันใช้มุมกล้องคล้ายกันใช้คำโปรยใกล้กันโพสต์ลงไปแล้วภาวนารอปาฏิหาริย์ให้ mass เหมือนเค้าบ้าง
ยอดวิวมาน้อยกว่าที่คิดคุณบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรต้องสม่ำเสมอ
สิ่งเหล่านี้มันไม่ผิดอะไรแต่ลึก ๆ คุณรู้ว่าการนำเสนอแบบนี้มันไม่ใช่ตัวคุณ
คุณลองเลื่อนดูเพจตัวเองคอนโด 1-2ล้านก็มี บ้านเดี่ยวก็ขายที่ดินก็รับบ้านหรูก็ไม่พลาดทุกอย่างดูครบแต่ main port ตัวเองกลับไม่มีอะไรชัดเลย
ถ้าปิดชื่อเพจคุณออกมันก็เหมือนเพจเอเจ้นท์ทั่วไปอีกหนึ่งเพจคุณไม่กล้าถามตัวเองตรง ๆถ้าวันนี้ลูกค้าจะซื้อบ้านหรูเขานึกถึงคุณไหม
ถ้าจะลงทุนคอนโดชื่อคุณลอยขึ้นมาในหัวเขาหรือเปล่า
หรือคุณเป็นแค่ตัวเลือกที่ใครๆก็สามารถแทนคุณได้คุณไม่ได้สร้างตัวตนในรูปแบบของตัวเองคุณสร้างแค่การมีตัวตนอยู่
ปี 2569 มันไม่ใช่ปีของคนทำเยอะมันคือปีของคนที่ "มีความชัดเจนในรูปแบบของตัวเอง"
ชัดว่าชั้นยืนอยู่ใน segment ไหน ชัดว่าจุดเด่นของชั้นคือขายอะไร ชัดว่ารูปแบบการนำเสนอของชั้นเป็นแบบไหน ชัดว่าชั้นไม่รับอะไร ชัดว่าใครคือกลุ่มลูกค้าของชั้นแต่การจะชัดได้นั้นมันต้องยอมตัด
ตัดงานที่ไม่ใช่ตัดภาพลักษณ์ที่ฝืนตัดความกลัวว่าจะพลาดโอกาสและนั่นแหละคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่กล้าทำมัน
คุณกลัวว่าถ้าเลือกทางเดียวรายได้จะหาย
คุณกลัวว่าถ้าไม่ทำตามกระแสจะตกขบวน
คุณกลัวว่าถ้าไม่ทำเหมือนคนที่ปังจะไม่มีวันปัง
แต่คุณไม่เคยกลัวเลยว่าถ้าคุณยังเหมือนคนอื่นคุณจะไม่มีวันโดดเด่นในสายตาคนภายนอก
คุณต้องยอมเป็นคนส่วนน้อยเพราะในโลกความเป็นจริงคนที่ประสบความสำเร็จคือคนส่วนน้อยที่มีความคิดและความกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง
คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่เป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม
หยุดหลอกตัวเองว่ากำลังสร้างแบรนด์ถ้าคอนเทนต์ของคุณที่ยังไม่มีสไตล์เฉพาะที่ยังไม่มีน้ำหนักทางความเชื่อหรือที่ยังไม่มีจุดยืน
มันไม่ใช่แบรนด์ตัวเองมันคือการลอกตัวตนคนอื่น
ลองนั่งเงียบ ๆไม่ต้องดูใครไม่ต้องเทียบใครถามตัวเองแบบไม่อ้อมค้อม
“คุณเก่งที่สุดเรื่องอะไร คุณเข้าใจตลาดไหนลึกที่สุด คุณอยากให้ลูกค้าเรียกคุณว่าอะไร”
ถ้าคำตอบยังคลุมเครืออย่าเพิ่งโทษตลาดอย่าเพิ่งโทษคู่แข่งโทษความไม่ชัดของตัวเองก่อน
ธรรมชาติธุรกิจเอเจ้นท์ในปีนี้จะคัดคนออกแบบเงียบๆ ช้าๆกลายเป็นทุกคนกำลังคว้าทุกอย่างเข้าหาตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดจากวงการ
แต่ในทางกลับกันคนที่กล้าหยุดกล้าตัด กล้าชัดจะเริ่มมีที่ยืนของตัวเอง
**สาระสำคัญของบทความนี้**
คือการหาเอกลักษณ์ของตัวเองให้เจอถ้าไม่รู้จักตัวเองลองถามเพื่อนหรือคนรอบข้างว่าเรามีอะไรโดดเด่นกว่าคนทั่วไปเอาตรงไหนในตัวเรามาใช้ประโยชน์ได้บ้างโดยไม่มี bias กับคำแนะนำของเพื่อน
แล้วหาวิธีการนำเสนอของตัวเองให้เจออาจจะนำ model การนำเสนอของคนอื่มาเป็น inspire แต่อย่าถึงขั้นไปลอกเค้าทุกอย่าง
เพราะลูกค้ามักจะให้คุณค่ากับต้นฉบับไม่ใช่ของที่ลอกเลียนแบบ
ถ้าเค้าทำสำเร็จ ไม่ใช่ว่าคุณจะทำสำเร็จในทางกลับกันถ้าเค้าทำไม่สำเร็จ ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่สำเร็จเหมือนกัน
อย่ามัวแต่เสียเวลาวิ่งตามรอยเท้าคนอื่นทำไมไม่สร้างรอยเท้าตัวเองขึ้นมาแล้วให้คนอื่นวิ่งตาม
คนที่วิ่งแข่งชนะคือคนที่มองไปแต่ข้างหน้าไม่เคยหันไปมองข้างหลัง
มีแต่คนแพ้ที่ได้เห็นแต่ข้างหลังของคนข้างหน้า
อ่านมาถึงตรงนี้ถ้าคุณเริ่มรู้สึกจุกอก เริ่มตึงที่หัวนั่นแปลว่าคุณตระหนักได้ว่ามีบางอย่างต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว
หรือจะไม่ยอมรับความจริงว่าสิ่งที่คุณทำอยู่อาจพาคุณไปผิดทาง
การที่จะรอดพ้นในปี 2569 ไม่ใช่ว่าคุณต้องขยันแค่ไหนแต่ตลาดจะถามคุณเองว่าคุณเป็นใครในตลาดนี้และคุณต้องตอบกับตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่าหลังจากวันนี้...คุณคือใคร