AgentClub

สวัสดีวันเสาร์ ☀️

Icon ความรู้
Icon

รู้งี้...ทำไว้ก่อนดีกว่า คำพูดที่เรามักจะพูด... ตอนที่สายไปเสียแล้ว

คุ้มครองสูงสุดถึง 500,000 บาท* เคยไหมที่ปล่อยเช่าบ้านและคอนโด พอมาตรวจสภาพห้องแล้ว #แทบจะเป็นลม เพราะคนเช่าทำห้องเราเสียหาย จนเงินประกันให้ไว้ไม่พอค่าเสียหาย แถมบางทียังหนีหายไปเลย เฮ้อ... เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา ทั้งความรู้สึก
.
แล้วมีไหม ประกันที่คุ้มครองความเสียหายของทรัพย์สินภายในบ้านหรือคอนโด คำตอบคือ ไม่มี #ยกเว้นที่นี่ที่เดียว
.
โดยทั่วไปแล้วประกันที่เรามักโดนเชียร์ให้ซื้อมา ตอนกู้ซื้อบ้าน คือ ประกันอัคคีภัย ที่จะให้ความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้าง แค่โครงสร้างหลักๆคือพวก พื้น ผนัง เท่านั้น ไม่รวมทรัพย์สินต่างๆภายในบ้าน เอาจริงๆ นั่นแทบไม่มีประโยชน์เท่าไรเลย
.
โดยเฉพาะหากใครที่ปล่อยเช่าบ้านหรือคอนโด สิ่งที่เรากังวลมากที่สุด ก็คือ ความเสียหายของ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่เราซื้อมา ใช่ไหมครับ
.
แล้วจะดีแค่ไหน ถ้ามีประกันแบบสุดพิเศษ ที่ไม่มีใครให้ได้แบบนี้มาก่อน
main-image
profile-avatar
AgentAble Editor 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Icon ความรู้
Icon

แชร์ประสบการณ์จาก นายหน้ามืออาชีพ คุณ Boynida Nida “ครั้งแรกของการทำแบบนี้ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา” หวังว่าน้องๆจะได้ประโยชน์ครับ

เคสนี้ต่อรองกับหลายรายมากจนนายหน้างงว่าเป็นคนไหนกันแน่…555 เนื่องจากตั้งราคาต่ำกว่าตลาดนิดหน่อยเพื่อดึงดูดความน่าสนใจให้มากขึ้น หลังจากทำมา 2 เดือนกว่า ยังไม่มีใครยอมวางมัดจำสักที มีผู้จะซื้อหนึ่งรายที่คุยกันมากสุดต่อรองกันหนักมาก

ผมได้ราคามาตามที่ผู้ขายต้องการ สุดท้ายผู้จะซื้อไม่ยอมวางมัดจำเพราะบอกว่าครอบครัวซื้อไม่เคยวางมัดจำมีแต่ไปโอนที่กรมที่ดินเลย นายหน้าไม่ยอมคุยกันมาหลายรอบ

สุดท้ายวันนี้ผู้จะซื้อยอมนัดวางมัดจำพอไปถึงสถานที่ตามเวลานัดหมายปรากฏว่า ผู้จะซื้อพาทนายมาด้วย และมีการเจรจาอยากให้ไปโอนเลยวันนี้ เนื่องจากผู้จะซื้อพร้อมซื้อแคชเชียร์เช็คทันที

ส่วนตัวผมเข้าใจผู้จะซื้อเพราะคงไม่สบายใจ และเข้าใจทนายก็ต้องทำตามหน้าที่ ผมไม่มีปัญหาถ้าผู้ขายยอมผมก็ไม่เกี่ยงเพราะถ้าปล่อยไปเคสนี้อาจหลุดได้ แค่ติดว่าวันนี้มีประเมินบ้านอีกหนึ่งหลังคนละฝั่งฟากฟ้าจะทันไหม

เท่านั้น!!!??? สุดท้ายผู้ขายยอมเพราะต้องการรีบขายเหมือนกัน มีปัญหาเรื่องเอกสารเยอะมากเนื่องจากมีระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงแต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดีใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงรวมเวลาให้ Messenger วิ่งรับเอกสารด้วย

หลังจากเสร็จที่กรมที่ดินนายหน้าวิ่งออกก่อนทุกคน(ผู้ขาย1 ผู้ซื้อ4 และทนาย1 เอาใจช่วยสุดๆ…555) ต้องรีบขับข้ามฝั่งเพื่อให้ทันกับบริษัทประเมินที่เข้ามาประเมินบ้าน สุดท้ายไปสาย 15 นาที “มาช้ายังดีกว่าไม่มา”พี่มอสก็มา….555

เคสนี้ใช้ระยะเวลาการขายทั้งหมด 2 เดือนกับอีก 28 วัน เป็นเคสแรกตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาของผมที่ไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายและไปโอนที่กรมที่ดินทันทีครับ

เคสนี้ได้เรียนรู้ระหว่างทางมากมาย เอาเป็นว่าพอเท่านี้ก่อนเพราะถ้าเขียนมากไปจะยาวเกิ๊นนน!!! เดี๋ยวน้องๆจะเบื่อกันสักก่อนคร๊าบบบ….555
ขอบคุณผู้ขายและผู้ซื้อมากๆที่ให้บทเรียนนี้ครับ

สิ่งที่ได้เรียนรู้

-ตรอกย้ำอีกครั้งว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ ถ้าออกไม่ได้ก็ออกที่ทางเข้านั่นแหละ…555

-จุดที่ยืนของแต่ละคนมีความรับผิดชอบและความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงหากนายหน้าเข้าใจคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกคนเป็นหลัก เราก็จะสามารถคลี่คลายได้แบบไม่น่าเชื่อและผ่านไปด้วยดี

-เรียนรู้และสนุกกับปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อเป็น บรรทัดฐานการแก้ปัญหาในภายภาคหน้า

-หนึ่งเคสเรียนรู้เพื่อเก็บไว้ใช้ไปตลอดชีวิตครับ

#ทุกปัญหามีทางออก
#เคสแรกในชีวิต
#บรรทัดฐานเคสอื่นๆ
#นายหน้านักแก้ปัญหา
#นายหน้าทีมใหญ่
#นายหน้ามืออาชีพ
main-image
profile-avatar
AgentAble Editor 2 วันที่แล้ว
Icon ความรู้
Icon

มีเรื่องน่ารัก น่าประทับใจมาเล่าค่ะ เพื่อเป็นการปกป้องข้อมูลของคุณลูกค้า ขอเล่าเรื่องนี้ให้เป็นนิทาน หรือนิยายนายหน้าละกันนะคะ

เมื่อเร็วๆนี้ ได้ดูแลลูกค้าต่างชาติท่านหนึ่ง เป็นลูกค้าเดิมเคยซื้อคอนโดกันเมื่อหลายปีก่อน โควิดแยกเราจากกันนานเกินไป คุณลูกค้าก็ได้แต่คิดถึงเมืองไทย และตามดูเอเจนในโซเชี่ยลมีเดียแก้เหงามาโดยตลอด

กลับมาเมืองไทยรอบนี้ ก็เตรียมสตางค์มาช้อบปิ้งอสังหาฯ ในช่วงเวลาที่เงินบาทอ่อนค่านั้นเป็นเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการเลือกซื้อ เขามีลิสยาวเหยียดสำหรับตึกที่อยากไปดู และอยากปรึกษาเรื่องโอกาสที่เงินจะงอกเงย ตึกไหนโควต้าต่างชาติเต็ม ก็ซื้อเข้าบริษัทไทยได้ ให้ดำเนินการเป็น Buyers agent ของเขาเต็มตัว

คุณลูกค้าไปถึงสำนักงานขาย ก็ดูทรัพย์โดยละเอียดยิบ ทุกจุด ในแบบที่เอเจนเองบางทีก็นึกไม่ถึง ดูไป พูดไป เล่าไอเดียตัวเองไป จนเซลโครงการเริ่มมองหน้าแบบขอความคิดเห็น

“ ดูละเอียดยิบ พูดอย่างเยอะ จะซื้อจริงไหมเนี่ยพี่?” เซลโครงการคิดดังจนได้ยินมาทางสายตา แต่เขาก็เป็นมืออาชีพมากที่อดทน และใจเย็นให้ข้อมูลลูกค้าละเอียดมาก ตามที่ขอ

“ Wow! This is great! I love it.” เฮ้อ… หลังจากสองชั่วโมง และร้อยคำถาม สัญญาณการซื้อก็มา

“ Great! I’m so happy you like what I have for you.” โอ๋ตอบเขาไป เพื่อเสริมพลังให้เขารู้ว่า ความพอใจของเขานั้นมีความหมายกับเรา

“ Oh for sure,I love it very much, otherwise I won’t wasted your time. I appreciate your patience with me.”

ยังไม่วางจองค่ะ แต่เขาก็ได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจไปครบถ้วน แล้วฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ในระหว่างนั่งรถกลับมาส่งลูกค้าที่โรงแรม

“ I appreciate your time and all support.Every time doing business with you, it’s smooth and efficient. Today, I am going to make a big purchasing. It’s triggered me a lot to get anxiety.

I hope you can notice I talked too much .And you just be there and I feel calm and ease from you.This afternoon, I haven’t check my phone even one time. How balance you are. This is powerful … It’s big compliment from me, Khun Oh.”

บางคนอาจสงสัย ลูกค้าคนนี้จะสื่อว่าอะไรใช่ไหมคะ
เขากำลังชื่นชมโอ๋ค่ะ ไม่ใช่แค่ความรู้ในงาน แต่เขารู้สึกได้ว่าโอ๋เชื่อมกับเขาเป็นทีมเดียวกับเขา โฟกัสที่เขา เขารู้สึกปลอดภัย ไม่กดดัน

คนใหม่ๆ อาจถามว่า ลูกค้า ถามเยอะ พูดมาก จะรู้ได้ไงว่าไม่เสียเวลาฟรี?

สำหรับโอ๋ ถ้า show up ยังไงก็นับเป็น Qualified แต่จะซื้อหรือไม่ตอนนี้ ห้องนี้ มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โอ๋มีหน้าที่ทำให้ดีที่สุดเท่านั้น

ลูกค้าขอเลี้ยงข้าวเย็นเพราะหิวมากทั้งคู่ ได้คุยหลายเรื่องเพราะไม่ได้เจอหลายปี และสิ่งที่ส่งสัย ภายใต้สายตาพยาบาลเก่าอย่างโอ๋ ที่เห็นอยู่ตั้งแต่อยู่ที่สำนักงานขายก็เปิดเผยออกมาระหว่างมื้ออาหาร

ลูกค้ามีปัญหา Dyslexia ซึ่งเป็นการบกพร่องทางการเรียนรู้ชนิดหนึ่งและมีความท้าทายในการใช้ชีวิตมาตั้งเด็ก เพราะกระบวนการเรียนรู้และตัดสินใจของเขาไม่เหมือนคนอื่น ไม่นับเรื่องของปัญหาเครียด นอนไม่หลับ ซึมเศร้าซึ่งเป็นโรคยอดฮิตประจำถิ่นของคนยุคดิจิตอลอย่างเราๆ

เช้าขึ้นมาก็ follow up ตามปกติ ลูกค้าก็รีวิวตัวเลขที่เขาคำนวณก่อนตัดสินใจลงทุนออกมาให้ดู ถ้าใครชอบตัดสินคนเพียงผิวเผิน คงไม่เชื่อแน่ว่า คนที่เสียงดังโวยวาย พูดมาก เหมือนขี้โม้ ขี้อวด จะสามารถคิดคำนวณและมีมุมมองในการตัดสินใจลงทุนลึกซึ้งขนาดนี้

แถมบอกด้วยว่า ตัวเลขไม่น่าสนใจเลย แต่สิ่งที่ทำให้หยุดคิดถึงห้องนี้ไม่ได้ เพราะคำถามของคุณนั่นแหละว่า “ What is the main purpose of this purchasing?”

ผลตอบแทนน่ะไม่สวยหรอก แต่ถ้าได้อยู่ที่นั่น ผมต้องมีความสุขมากทีเดียว ขอใช้ความรู้สึกอยู่กับมันอีกสักคืนนะ แล้วผมจะบอก

โอ๋ก็พูดกับเขาว่า “ I’m impressed with your sharp mind,when it comes to logical and critical thinking.”

ลูกค้าเงียบไปพัก แล้วจึงพูดเสียงเครือๆว่า “ This compliments from you is mean so much for me. Thank you for all support” การได้รับคำชื่นชมในสิ่งที่เขาเก่ง มันคงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ในที่ที่เขาอยู่ คำชมซื่อๆของเรา มันจึงสะเทือนเขามากขนาดนี้

เราไม่ได้เรียนวิชาต่างๆมาแค่เพื่อขายให้เก่ง โน้มน้าวให้เก่ง มีสคริปต์เจ๋งๆ คมๆ เอาไว้พูดปิดการขาย แต่มันคือการอยู่ได้อย่างดีกับตัวเอง และท่ามกลางผู้คน สามารถให้พลังและสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเขาได้ มาพบเราแล้ว ชีวิตเขาต้องดี เขาจะได้เรื่องดีๆกลับไป

นี่คืองานที่ทำแล้ว อุ่นหัวใจ 🙂

ชอบเรื่องแบบนี้กดติดตามเพจ
อสังหาฯอารมณ์ดี
https://www.facebook.com/asunghaaromdee
main-image
profile-avatar
Naowarat 2 วันที่แล้ว
Icon ความรู้
Icon

มีลูกค้าคนนึงบอกว่าขอเช่าพื้นที่ทั้งหมด รวมสิ่งปลูกสร้าง 20 ปี ต้องคำนวณค่าหน้าดินกับค่าเช่ายังไงให้ทั้งคู่ได้ประโยชน์ ... 😵

พอดีมีคนมาเช่าที่ดินยาวๆสัก 20ปีแปลงนึง
แล้วเจ้าของก็ไม่รู้ราคาที่ดิน
Q1 : วิธีหาค่าเช่าที่ดินระยะยาว
ควรคิดค่าเช่าอย่างไร
Q2 : เห็นเค้าบอกว่าต้องมีค่าแปะเจี๊ยะกินเปล่าด้วย
มันต้องคิดยังไง
.
สมมติที่ดินขนาด 2 ไร่ (800 ตร.วา)
.
A1 : หาราคาที่ดินตลาด"สำหรับขาย"ในโซนนั้นๆ
แล้วคำนวนเฉลี่ยออกมาเป็น xx บาท/ตรวา
โดยการเช็คราคาที่ประกาศขายอยู่
ในทำเลใกล้เคียงกัน
จากพวกเว็บขายที่ดิน
.
สมมติเราหาราคามาแล้ว
ราคาขายที่ดินตก ตรวาละ 300k
เราก็เอา 300k x 800(2ไร่) = 240 ล้าน
240 ล้านคือราคาขายของแปลงนี้(แต่เราไม่ได้ขายไง)
.
ค่าหน้าที่ดินสำหรับเช่าระยะยาว
คิดที่ 40-60 % (ยิ่งเช่ายาวยิ่ง % มากขึ้น)
อย่าง 20 ปี ก็ตีกลางๆ 50% = 120ล้าน
120 ล้าน คือเงินที่ได้ภายใน 20 ปี
ตกปีละ 120mb/20 = 6 ล้านบาท
.
ถ้าต่อเดือนก็เอามาหาร 12 (1ปีมี 12 เดือน)
6 ล้าน / 12 = คิดเดือนละ 5 แสนบาท
สรุปแปลงนี้ คิดค่าเช่าที่ 5 แสนบาท/เดือน
.
**สูตรค่าเช่ารายเดือน = (ราคาขาย/ค่าหน้าดิน40-60%) / ระยะเวลาการเช่า / 12 ***
.
A2 : คำนวนหาค่าแป๊ะเจี๊ยะ
ค่าแป๊ะเจี๊ยะหรือค่าหน้าดินคือ
ค่าเสียโอกาสที่เจ้าของไม่สามารถเอามาทำประโยชน์ได้
ระหว่างที่มีผู้เช่าเข้ามาใช้ประโยชน์กับที่ดินที่ปล่อยเช่า
.
แป๊ะเจี๊ยะส่วนใหญ่ไม่มีกฏตายตัว
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 10 % ของราคาขาย
อย่างข้อ A1 เราคำนวนราคาขายแล้วว่าเป็น 240 ล้าน
10% = 24 ล้าน
.
*** สูตรการหาค่าแป๊ะเจี๊ยะ = 10% ของราคาขาย ***
.
สรุป A1 และ A2 คือ
จ่ายค่าหน้าดินในวันทำสัญญาอยู่ที่ 24 ล้าน
แล้วคิดค่าเช่าเดือนละ 5 แสนบาท/เดือน
.
#ลืมเรื่องค่าคอมมิสชั่น
สำหรับค่าคอมมิสชั่น
เคสเช่าที่ดินระยะยาว
ที่มีค่าหน้าดิน
ให้คิดค่าคอมที่ 5% จากค่าหน้าดิน
.
ส่วนค่าเช่าที่จะเรียกเพิ่มเติมจากนี้
คุณอยู่กับความเหมาะสมของตัวเอเจ้นท์เอง
อาจจะเรียกเก็บค่าหน้าดินแค่นั้นจบ
.
หรือถ้าไม่มีค่าหน้าดิน มีแต่ค่าเช่า
จะเรียกแบบ 2 เดือนทุกๆ3 ปี
จะเรียก 3 เดือนแล้วจบเลย
หรือจะเรียกเก็บในอัตรา 2 เดือนต่อค่าเช่า 3 ปีแบบรวดเดียวเลย
ก็ต้องดูตัวเลขด้วยนะ ว่ามันสูงเกินปุยมุ้ย
อย่าไปเรียกกับเจ้าของที่ดินสูงเกินไปเด้อ
main-image
profile-avatar
matching 2 วันที่แล้ว
Icon งาน
Icon

ทำไมเอเจนมีประสบการณ์อย่างพี่ ต้องเปิดบริษัท under franchise brand ด้วยคะ?

มีคนถามเสมอ ทำไมเลือกใช้แบรนด์ RE/MAX? ในเมื่อความรู้งานนายหน้าก็มีพอ จะเปิดเองก็ได้ เป็น Independent agent คนเดียว จดบริษัทแค่เพื่อผลประโยชน์ทางบัญชีก็ได้ ทำไมต้องอยู่ใต้คนอื่นด้วย?

เหมือนถูกถามว่า ทำไมแต่งงานกับคนนี้ มีสิทธิ์เลือกตั้งเยอะ หรือจะโสดก็ยังได้นี่

เมื่อปีก่อน ตอนตัดสินใจขยายตัวด้วยการมีบริษัทเป็นของตัวเอง มีทางเลือกเยอะค่ะ ทำเองทั้งหมดดีไหม? หรือรับข้อเสนอของบริษัทใหญ่ที่มีทุกอย่างพร้อมแล้ว ไปเป็นผู้บริหารดี?

ด้วยหัวใจที่รู้จักตัวเองดีมาก รู้ว่าเป็น Entrepreneur ที่รักอิสระ ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นนอกออฟฟิศ และคาดเดาไม่ได้ด้วย รู้ตัวดีว่าจะไม่ค่อยมีความสุขกับโลก Cooperate จ๋าๆ แน่ๆจึงปฏิเสธเงินเดือนและข้อเสนอที่ดีงามนั้นไป อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน แต่ตอนนี้ยังค่ะ 🙂

เปิดเองดีไหม? ….การสร้างระบบ สร้างคน เป็นคนละเรื่องกับการออกขายเอง ตัวเองเป็นชาตินักขายโดยกำเนิด งานระบบ งานไอที เป็นขั้วตรงข้ามที่ต้องสู้มาก และจะช้าเสียเวลาทั้งชีวิตแน่ๆ ถ้ามานั่งซื้อระบบ CRM สำเร็จรูป มาปะติดปะต่อเอง เก่งสุดคงต้องจ้าง หรือพาร์ทเนอร์ใครสักคนมาทำ ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายก่อนทำเงินอีกล่ะ
Excel ได้ไหม ถูกดี? แต่มันไม่โตไง ดีกว่าเอาถ่านขีดฝาบ้านหน่อยเดียวเองอ่ะ

งานเทรนนิ่งล่ะ? เรื่องสอนคน เรารู้ว่าเราเก่ง แต่การลงมือนั่งเขียนโปรแกรมเอง สร้างระบบประเมินเอง ในขณะเดียวกันต้องขาย และรับมือจัดการเอเจนใหม่ เก่า งานหลังบ้านต่างๆ ด้วยตัวเอง ฉันคงเปลี่ยนจากคุณครูผู้ทรงภูมิ พร้อมให้คำปรึกษา เป็น เจ๊ประสาทแตก ที่ต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองเพียงคนเดียว และสุดท้ายก็ไม่มีใครอยู่ด้วยได้ เนื่องจากเครียดจัด และเป็นพื้นที่มาคุ ให้คนรอบข้าง แทนการเป็นกำลังใจและความเป็นไปได้ให้พวกเขา

ถ้าคิดแค่เอาเงินตัวเองคนเดียว ทำอะไร ยังไงก็ได้ค่ะ แต่ Core Value ในหัวใจ คือการสร้างคน สร้างเอเจนที่เป็นมืออาชีพ มาดูแลลูกค้าให้มีประสิทธิภาพ ลูกค้ามีความสุข เอเจนมีผลลัพธ์ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มันไม่ใช่เรื่องของ “ฉัน” คนเดียวอีกต่อไป คนของฉันต้องมีระบบสนับสนุนทั้ง Knowledge and IT ที่ช่วยให้ชีวิตเขาง่ายขึ้น และมันต้องไม่ผูกอยู่กับ”ฉัน”คนเดียว เพราะฉัน แก่ ป่วย ได้และตายเป็น

RE/MAX เป็น Best choice ที่ค้นพบ

IT ก็มีดีในระดับที่เกินคำว่าใช้งานได้ บริหาร inventory บริหารคน บริหารยอดขาย ได้ทั้งในคอมพิวเตอร์และมือถือ มีสารพัดแอพพลิเคชันพ่วงมาให้ใช้ทั้งทำคลิปทำ artwork ไม่ต้องกังวลเรื่องควบคุมแบรนด์ มี IT support ที่ไม่ต้องจ้างเพิ่ม นั้นก็เซฟครึ่งชีวิตเจ้าของบริษัทแล้ว

ความรู้ในการทำ Exclusive listing ที่หามานาน มีอยู่ในนี้แบบกลั่นมาจาก 49 ปีอายุขัยของ RE/MAX ที่เปิดทำการในร้อยกว่าประเทศทั่วโลก ความรู้งานเอเจน และการเป็นผู้บริหาร Broker ที่ดี ในตำรา RE/MAX ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ กลั่นจากความรู้ของผู้ประสบความสำเร็จจริงๆในการสร้างคน สร้างบริษัท

ตำราพร้อม ห้องเรียนพร้อม ระบบตรวจสอบ พัฒนาแบบชัดเจน พร้อม!

ชื่อแบรนด์ที่แข็งแรงพอสำหรับเอเจนทีมงาน ที่ออกไปทำงานได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ต้องกังวลเวลาคุยเรื่องเงินเรื่องทอง กับผู้ซื้อผู้ขาย และเวลามีใครถามว่า “เธอมาจากบริษัทอะไร?”

งานจรรยาบรรณ งานกฏหมาย Everything are in place
เหมือนเจอขุมทรัพย์ และยกภูเขาออกจากอก

เครื่องมือทั้งหลายทั้งปวง ถูกออกแบบมาให้มีคนเข้ามาใช้อย่างไม่จำกัด หน้าที่โอ๋ คือเรียนรู้ ใช้มัน และ Recruit agents มาใช้ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

ทำบริษัท ได้เงินน้อยลงนะคะ จะคาดหวังเงินที่มากขึ้นได้ ก็ตอนที่สร้างระบบงานแล้วเคลื่อนตัวได้ เมื่อคนและเครื่องจักรทำงานร่วมกันได้ดีแล้ว ซึ่งไม่มีใครการันตีได้ว่าจะกี่วัน กี่เดือน กี่ปี แต่ก็เลือกทำค่ะ เพราะพื้นที่เล็กๆ ไม่ใช่ที่อยู่อีกต่อไป และการคิดถึงแต่ตัวเองมันเล็กเกินไปที่จะขับเคลื่อนชีวิตให้มีชีวา

ธุรกิจแห่งการสร้างคน ให้เติบโต ด้วยวิชาอาชีพที่รัก เป็นสิ่งที่เติมเต็มหัวใจเป็นอย่างยิ่ง มันไม่มี”ฉัน” ที่สลักสำคัญอะไรในนั้นหรอก ฉันเห็นแต่ความหวังและอนาคตของคนรุ่นใหม่ ที่จะเติบโตไปด้วยกัน

วันคืนที่ร้องไห้ด้วยความเครียด ความไม่รู้ และต้องปาดน้ำตาตัวเองให้แห้งเร็วๆเพื่อสู้ต่อ ช่วยส่งมาให้เป็นวันนี้ ให้เลือกทางนี้…

ไม่รู้ตอบคำถามไหม แต่อยากให้รู้ว่า การนำใครเข้ามาในธุรกิจ ไม่ได้หวังให้เขามาเป็นเอเจนช่วยงาน งานของโอ๋ดีอยู่แล้ว ในระดับส่วนบุคคล และการเติบโตไปอีกหลายๆขั้น มันต้องช่วยคนอื่นที่พร้อม ให้สำเร็จ ตนเองจึงจะสำเร็จ

ว่าจะไม่ขายของนะเนี่ย ใครอ่านมาถึงตรงนี้ สนใจมาร่วมทีมกัน เราจะมี Recruitment session วันที่ 9 ก.ค.นี้ ช่วงเช้าก่อนเที่ยง รายละเอียดสถานที่จะแจ้งอีกครั้งหนึ่ง
เราจะคุยกันว่า งานเอเจนของเรายังขาดอะไร ที่จะทำให้เราสำเร็จได้เร็วขึ้นมากขึ้น ถ้าสนใจ และเคมีตรงกันก็ทำงานด้วยกัน ถ้าไม่ใช่เราก็เป็นเครือข่าย เป็นเพื่อนกันได้ค่ะ

สนใจทักมาในเมสเสจนะคะ ไลน์/WhatsApp +66611628791
main-image
profile-avatar
Naowarat 28/06/2565 12:11
Icon ความรู้
Icon

เฮ้อ....ไม่มีลีด ทำไงดี?

เอเจนที่ทำงานกับบริษัท บางคนอาจบ่นว่า " ทำไม ไม่มีลีดให้นะ พักนี้ ลีดไปไหนหมด?" งานหด เงินก็เลยน้อย และพาลไม่อยากอยู่กับบริษัทนี้ไปเลยก็มี

ต้องกลับมาพิจารณาดูอย่างนี้ค่ะ

ทรัพย์จะขายได้ ราคาต้องใช่ และมีการเข้าถึงลูกค้าที่เพียงพอ ถ้าคุณมั่นใจว่าราคาที่ได้มา มันถูกต้องแล้ว แข่งขันกับคนอื่นได้แล้ว โอกาสในการขายก็เกิน 50% แล้วค่ะ เพราะของดี ราคาดี เป็นที่ต้องการ ใครๆ ก็อยากขุดหา

มาว่าด้วยเรื่อง การเข้าถึงลูกค้า หรือ Exposure เอาของมาขาย เราก็ต้องรู้ด้วยว่า ลูกค้าเรา เขาจะมาจากช่องทางไหน เขาใช้สื่ออะไรหา ถ้าจะขายคอนโด ก็ต้องเลือกตึกที่คนนิยม ได้ของดี ราคาเริ่ด ก็ต้องลงทุนเพิ่ม ปักหมุดไว้ข้างบน แพคเกจบริษัท เขาอาจซื้อรวมมา ไม่ได้มีปักหมุด คุณรับของมาขาย มีหน้าที่ขายให้ได้ ก็ต้องลงทุนดันล่ะค่ะ ถ้าคุณเชื่อว่ามันจะขายได้จริง!

ยกเว้นว่า คุณก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่ามันจะขายได้ เลยไม่กล้าลงทุน 😎 คุณรับทรัพย์มาเอง ยังไม่มั่นใจ แล้วใครจะมาลงทุนโฆษณาพิเศษเพิ่มเติมให้คุณล่ะคะ

บางคนบอกว่า "ของหนูทำ open listing ค่ะ บริษัทรับผิดชอบส่งลีดให้ หนูก็หาทรัพย์มาใส่เยอะๆ ตามที่บอก แต่ก็เงียบ ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น"

ค่ะ มันจะไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะทรัพย์นี้ รูปนี้ก็ไปทุกบริษัท ราคาเหมือนกัน conditions เหมือนกัน แล้วเวลาโพสต์ มันก็ดันๆกันลงมาข้างหมด แล้วทำไมลูกค้าต้องเหนื่อยรูดลงมาดูห้องคุณด้วย

เขาหาจนเหนื่อยแล้ว ก็คลิกมันหมดนั่นแหละ ใครโทรกลับมาไวที่สุด คนนั้นก็ได้ลูกค้าไปละกัน!

นั่นคือเกมส์ของ Open listing ที่ใช้ความเยอะ และความเร็วในการแข่งขัน

เอาล่ะ ดีกว่านั่งบ่นกระปอดกระแปด โทษบริษัท โทษลูกค้า โทษเวรกรรม ถามตัวเองค่ะ ว่ายังอยากมีรายได้จากการเป็นเอเจนไหม? ถ้าอยาก ต้องทำอะไรบ้าง? แล้วลงมือเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองเสียแต่วันนี้ค่ะ

ทุกวันนี้ คนเขียน ก็ไม่ได้ลีดถล่มทะลายจาก web portals นะ เพราะถือว่า นั่นคือ reactive marketing ตัวเรานั่นแหละที่ต้องคิดต่อไป ว่าถ้าทางนี้ไม่เวิร์ค ทำอะไรได้อีก? ทุกช่อง ทุกทาง ทุกรู

ท่านทำแบบนั้นหรือยัง?

ทำงาน ทำงาน ทำงาน! 😎
main-image
profile-avatar
Naowarat 24/06/2565 11:26
Icon ความรู้
Icon

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับยื่นกู้สินเชื่อบ้านสไตล์ พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์

ยุคนี้เราคงปฎิเสธไม่ได้ครับว่า พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่กำลังมาแรงใน season นีเลยก็ว่าได้ แต่หลายๆครั้งผมก็ได้รับคำถามจากกลุ่มแม่ค้าว่า ทำยังไงเค้าถึงกู้บ้าน กู้คอนโดได้ เพราะเค้าไม่มีรายได้ประจำเหมือนพนักงานบริษัท

วันนี้ผมมาบอกเคล็ดง่ายๆใช้ได้แบบ basic ทั้งหมด 4 ข้อหลักครับ

1. เอกสารจดทะเบียนบริษัทหรือจดแบบพาณิชย์ออนไลน์ก็ได้ครับ อันนี้ถือว่า สำคัญมากๆนะครับ ถ้าเราเป็นแม่ค้ารายย่อยการจดทะเบียนบริษัทอาจจะดูยิ่งใหญ่ไป เราก็จดแบบพาณิชย์ออนไลน์ครับ ทำได้ง่ายๆ ที่นี้ครับ https://ereg.dbd.go.th หรือจะไปที่สำนักงานเขตที่ตัวเองประกอบธุรกิจอยู่ เทศบาล หรือ อบต ครับ (กรณีต่างจังหวัด)

2.รายการเดินบัญชีย้อนหลัง หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า สเตทเม้นท์ อย่างน้อยต้อง 6 เดือนครับ แต่ถ้าให้ดีก็ 1 ปีครับ (เอกสารตัวนี้แล้วแต่ธนาคารนะครับเพราะเงื่อนไขการกู้ไม่เหมือนกัน บางธนาคารก็ 6 เดือน) แนะนำเพิ่มเติมนะครับนอกจากสเตทเม้นท์แล้ว จดบัญชีรายรับ-รายจ่ายไว้ทุกวันด้วยนะครับ

3.หลักฐานการจ่ายภาษีเงินได้ส่วนบุคคลหรือนิติบุคคล เราค้าขายจะต้องเสียภาษีถูกมั้ยครับ
นี้ล่ะครับเอามาแสดงกับธนาคารนะครับ ข้อนี้ก็สำคัญไม่แพ้ข้ออื่นครับ

4. เอกสารส่วนตัวของเราครับ เช่นสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน

เป็นไงครับ หลักง่ายๆ 4 ข้อ เพื่อนๆสามารถเอาไปใช้ได้นะครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยช์กับพ่อค้าแม่ค้าทุกท่านนะครับ มีบ้านไม่ยากครับ ถ้าเราเข้าใจและทำให้ถูกต้อง
สวัสดีครับ
main-image
profile-avatar
soulestatethailand 22/06/2565 11:21
Icon ความรู้
Icon

Digital disruption in Real Estate will eat up our career as a real estate agent?

ไปงานอีเว้นท์ Future of Proptech มาเมื่อวันก่อน ได้เห็นแนวคิดที่แตกต่าง แต่น่าสนใจ ระหว่างคนทำ Proptech start up, Traditional Agent และ Consumers ทั้งซื้อและขาย จากคำถามบนเวที

Proptech เบอร์ต้นของบ้านเรา ที่มาแรงแซงโค้ง จี้หลังเบอร์หนึ่งอย่าง DDProperty แบบหายใจรดต้นคอ มีความตั้งใจ และมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนมาก ในการที่นอกจากมี Listings ให้ลูกค้าเยอะแล้ว ยังมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจใกล้เคียงกับคำว่าครบถ้วนให้ด้วย

ข้อมูลตึก ข้อมูลทรัพย์ที่หลายทรัพย์ทำ Matter port ให้ด้วย ไม่แน่ใจว่าจะทำให้ทุกทรัพย์ไหม หรือเฉพาะ Exclusive listing หรือ luxury แต่ก็ยกระดับการนำเสนอ listings ในอินเตอร์เน็ตในแบบที่ เอเจนระดับทั่วไป ยังยากที่จะตามทัน

ไม่ได้กล่าวถึงความถูกต้อง ( Accurate) ของข้อมูลทั้งหมด duplicate listings.ยังมี แต่ความพยายามที่จะใส่ข้อมูลให้ครบ ตามที่ลูกค้าต้องการ เมื่อจะเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ ก็นับเป็นก้าวใหม่ ก้าวใหญ่ ที่น่าชื่นชม

เป็น Portal และ Agency ที่แข็งแกร่งเลยทีเดียว

เขารู้ Pain point ลูกค้าและลงมือแก้ไข

ประเทศนี้ มี pain เรื่องข้อมูลไม่ถูกต้อง ซ้ำซ้อน ไม่โปร่งใส ปิดขายแล้วไม่มีที่บันทึก Sale price เอเจนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ใกล้ชิดทรัพย์จริงๆ ก็ไม่รู้ จึงแนะนำเจ้าของตั้งราคาก็ไม่ได้ ผู้ซื้อทำได้ก็แค่เดา และต่อราคาแบบ"หักคอ' ผู้ขาย

มันทำงานยากนะ

Consumers ในงาน ก็ยังบ่นถึงข้อมูลทรัพย์ที่ซ้ำ ไม่ครบถ้วน ทิศไหน ชั้นไหน กว้างยาวสูง ปักหมุดโลเคชั่นตรงไหน ยังอยากให้ชัดเจน และถูกต้องขึ้นอีก ทำไม ไม่มี VDO ทุกทรัพย์ จะมี Matter port ทุกทรัพย์ได้ไหม 😯 ความต้องการลูกค้า ขยับสูงขึ้นไปเรื่อยๆแหละค่ะ คุณผู้อ่าน

ตัดภาพมาที่คำถามเอเจน " Proptech will eat up all agents?"

ในความเป็นจริงคงยาก เพราะตลาดมันใหญ่ เอเจนเก่งๆ มี Strength ชัดเจน เขาอยู่ได้แน่นอน

แต่เอเจนที่ได้แต่อ้างว่าตัวเอง ไม่เก่ง tech ยุ่ง มีทรัพย์เยอะแต่ไม่มีเวลาเอาขึ้นเวป อย่าว่าแต่ข้อมูลจะครบเลย คัดมาขึ้นเวปขายยังไม่ทัน ยังเป็นส่วนหนึ่งของการผลิต junk listings คุณคงจะอยู่ยากเป็นพวกแรก จริงๆ

ทรัพย์เพิ่งเอาขึ้นเวปเมื่อวาน มีเอเจนจะขอโค คุณต้องโทรไปอัพเดทเองรายวันเวลามีคนถาม? และให้คำตอบกับโคเอเจนว่า " เช่าไปแล้ว!" ตลกดีอ่ะ เพิ่งเอาขึ้นเมื่อวาน และคุณไม่รู้ สถานะทรัพย์เนี่ยนะ 😄 ขรรม... ขนาดเลือกโทรหาที่เพิ่งเอาขึ้นใหม่ๆ ยังโป๊ะ!

มันแสดงให้เห็นถึงช่องว่าง ระหว่างการสื่อสารของเจ้าของ และเอเจนติดทรัพย์

จะแก้ไขไหมอ่ะ? เสียโอกาสคุณนะ เปลืองเวลา เปลืองค่าโทรศัพท์ เปลืองเงินลงทรัพย์ที่ไม่พร้อมขายอีก ทำงานแบบนี้ ทำไปทำไม?

หมดยุคการมีเยอะๆ ไว้ ( หลอก) โชว์ลูกค้า ว่ามีทรัพย์เยอะ ราคาดีแล้วล่ะ คนที่เล่นเกมส์นั้น เขาทำได้ดี มีทรัพยากรเยอะและเร็วกว่าคุณมาก แบบ 24/7

ถ้าไม่ปรับ เจอ disruption เต็มๆเข้าไป อยู่เองไม่ได้ก็ต้องไปเป็นเอเจนให้เขา หรือเลิกทำไปน่ะ

แต่ถ้าจะสู้ต่อ อยู่ให้สมศักดิ์ศรีเอเจน อย่างแรกต้องพัฒนาองค์ความรู้วิชาเอเจนให้คม เวลาและความรู้คือทรัพยากรสำคัญ เรียกว่าถ้าเป็นกระบี่ ต้องฟันทีเดียวให้ขาด คุยกับลูกค้าไม่รู้เรื่อง ไม่ประทับใจ เขาไม่กลับมาหาคุณหรอก ไปหาเจ้าใหญ่ที่มีทางเลือกมากกว่า ดีกว่า!

คุณเข้าใจความต้องการลูกค้า ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย ให้ลึกซึ้ง คิดว่าถ้าต้องขายบ้านของตัวเอง จะรู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร และต้องทำอะไรบ้าง ถ้าไม่มีความรู้แต่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้ คุณจะตัดสินใจอย่างไร ต้องไปถามใคร?

คุณต้องสวมเข้าไปในรองเท้าลูกค้าน่ะ

อย่ามาถามแบบตื้นๆว่า " พี่ๆ เซ็น Exclusive ต้องทำไงอ่ะ สัญญาเป็นไง คอมเท่าไหร่ รายงานยังไง ลงโฆษณายังไงอ่ะ" มันแสดงให้เห็นถึงระดับจิตใจว่า คิดแต่จะ " เอา" อย่างเดียว คุณไม่สนใจลูกค้า และไม่ลงทุนอะไรเลย แม้แต่จะหาความรู้ ซึ่งเป็นต้นทุนของตัวเอง

คนที่ทำงานฝั่งผู้ขาย ต้องเลิกอ้างเลยล่ะ ว่ายุ่ง ไม่มีเวลาที่จะทำงาน เก็บข้อมูล listing ให้ครบถ้วน คุณเลิกเองที่จะทำงานนี้นี่ เกมส์มันเปลี่ยนแล้ว ใครๆ ก็เข้ามาเล่นเยอะขึ้น เงินง่าย มันไม่ง่ายอีกต่อไปแล้ว ถ้าไม่เปลี่ยน คุณก็อด!

คุยกับตัวเองให้จบ จะทำงานนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร? และทำอย่างไรลูกค้า จึงจะเลือกคุณ?

โชคดีค่ะ
main-image
profile-avatar
Naowarat 19/06/2565 11:12
Icon ความรู้
Icon

สิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้ ถ้าเราไม่รู้ว่า เราทำอาชีพเอเจนอสังหาริมทรัพย์เพราะอะไร เราก็จะยังมีอาการไม่มั่นใจ ไม่กล้าตรงไปตรงมากับผู้ซื้อ ผู้ขาย และกับตัวเอง

เราไม่ได้ทำอาชีพนี้แค่เพื่อเงินหรอก เพราะทำอาชีพอะไรก็ได้เงิน ก็รวยได้ทั้งนั้น ถามตัวเองให้ลึกไปอีกสักหน่อย ทำไมต้องเป็นอาชีพนี้?

โอ๋ก็เหมือนกับทุกๆคน ที่ต้องการเงินกินใช้ และเดินทางสู่ชีวิตบั้นปลายที่สบายใจ เป็นอิสระ

อาชีพเป็นแค่เครื่องมือ และมันจะดีกว่าไหม ที่ปลายทางที่อยากไป ที่เรียกว่าความสบายใจ และเป็นอิสระนั้น สามารถผลิตได้รายวัน รายชั่วโมง จากเครื่องมือที่ทำอยู่

โอ๋รักอาชีพนี้ เพราะทำให้เติบโต และเรียนรู้ทุกวัน ทั้งองค์ความรู้ใหม่และการเข้าใจตัวเอง

เครื่องมือนี้เหมือนไม้กายสิทธิ์ที่จะต้องทะนุถนอมและเช็ดถู บำรุงอย่างดี
และทุกครั้งที่ลงมือทำงาน สัมผัสได้ถึงความหวัง คุณค่า ที่ผลิตขึ้นมาจากไม้กายสิทธิ์นี้

และแม้ในวันที่แสนยาก ก็ค้นพบความทรหดอดทน และความคล่องตัวในการรับมือเรื่องยากๆ ของตัวเองที่เก่งขึ้นทุกวัน

มันไม่ใช่เรื่องโชคดีที่เจอ passion แต่โชคดีที่คิดเป็น และตั้งมุมมองเป็น ปลายทางคืออนาคต แต่ชีวิต มันคือตอนนี้ เราจะอยู่กับตอนนี้อย่างไรให้มีความสุขล่ะ?

เราจะยอมเป็นคนไม่มีความรู้ในกระบวนการทำงาน การเจรจาต่อรอง ให้ผู้ซื้อผู้ขาย เขาตบเราไปมาเหมือนลูกปิงปองไปเรื่อยๆ แลกกับเศษเงินที่แล้วแต่เขาจะเมตตา งั้นหรือ?

เราเลือกจะใช้เวลาชีวิตแบบไร้ทิศทาง ให้ร่างกายพัง สุขภาพจิตพัง เพราะข้ออ้างเรื่อง กลัวลูกค้าหลุด แทนที่จะลงมือฝึกนิสัยการทำงานของตัวเองใหม่อย่างจริงจัง อย่างนั้นหรือ?

หรือเราจะเลือกลุกขึ้นมา สบัดผ้าคลุมเงา ที่ขังเราไว้เป็นแค่ " เงา " ของการซื้อขาย เปลี่ยนตัวเองให้เฉิดฉาย เปี่ยมไปด้วยองค์ความรู้ และความมั่นใจ เป็น Deal maker เป็นผู้ที่พึ่งพาได้ของลูกค้าล่ะ?

ความรู้มีเต็มโลก ทั้งฟรี และจ่ายเงิน อยากรู้อะไรก็ใฝ่หา มันต้องเจอแน่ๆ แต่ที่ไม่เห็นเพราะไม่ยอมตื่น ไม่ยอมทิ้งความเชื่อจำกัดเดิม .... ฉันทำไม่ได้ เพราะว่า....บลาๆๆๆ

แต่คนที่ต้องตื่นขึ้น และบอกตัวเองได้ว่า ถึงว่าต้องเปลี่ยน ต้องเรียนรู้ใหม่ ทำใหม่

มันมีแค่คุณเท่านั้นนะ
คนที่จะสร้างความสุขให้คุณได้ มีแค่คุณคนเดียวจริงๆ

เพจ อสังหาฯอารมณ์ดี
https://www.facebook.com/asunghaaromdee/
main-image
profile-avatar
Naowarat 15/06/2565 00:01
Icon ความรู้
Icon

ก่อนซื้อบ้านเราต้องรู้อะไรบ้างนะ ?

วันนี้ผมจะมาแนะนำขั้นตอนการซื้อคอนโดหรือบ้านกันแบบง่ายๆว่ามีอะไรบ้างนะครับ เริ่มแรกเลยก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อที่พักอาศัยสักแห่ง เราอาจจะไม่ทราบว่า จะเริ่มจากตรงไหนดี วันนี้ผมจะมาช่วยไกด์ไลน์ให้นะครับ

เริ่มที่ข้อแรกเลยครับ

1. ตั้งงบประมาณและทำเล
เมื่อเราจะซื้อคอนโดสักหลัง อันดับแรกเราต้องดูทำเลก่อนครับว่า สะดวกสบายกับเรามั้ย, ใกล้ไกลที่ทำงาน หรือโรงเรียนลูกเราหรือเปล่า, มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรในอนาคตมั้ย

ยิ่งถ้ามีสิ่งอำนวยความสะดวกในอนาคตมากแค่ไหน เราพออนุมานเอาได้ครับว่า ทำเลนี้ต่อไปในภายหน้า ย่อมเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการลงทุนครับ ( อันนี้พูดเผื่อถึงกรณีท่านที่ต้องการลงทุนในอนาคตนะครับ)

สำคัญคือ งบประมาณที่ตั้งไว้ครับ ต้องสัมพันธ์กับวงเงินที่เราจะขอสินเชื่อและค่าผ่อนที่เราจ่ายแบงค์ในแต่ละเดือนด้วยนะครับ

2. ศึกษาข้อมูลการจองและการทำสัญญา
กรณีที่เป็นโครงการที่กำลังก่อสร้าง เราต้องทราบว่า ระยะผ่อนดาวน์กับโครงการกี่งวด มีงวดบอลลูนมั้ย จองและทำสัญญาภายในกี่วัน

กรณีที่เป็นโครงการสร้างเสร็จแล้ว เราสามารถจองและยื่นกู้แบงค์ได้เลยนะครับ ซึ่งตรงนี้หลายๆโครงการจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย หรือฝ่ายโอนคอยประสานงานกับแบงค์ให้อีกที

แต่ถ้าเป็นบ้าน/คอนโดมือสอง ลค สามารถยื่นกู้ผ่านนายหน้าที่ขายบ้านให้เราให้เค้าไปติดต่อกับ จนท สินเชื่อธนาคารที่เค้าดีลไว้ครับ ซึ่งตรงนี้นายหน้าทุกท่านเค้าจะมี contact กันไว้แล้วครับ หรือยื่นกู้กับบริษัทที่รับทำเคสโอนที่กรมที่ดินก็ได้ครับ จะลดความยุ่งยากไปได้เยอะมาก

3. เตรียมตัวให้ดีในการกู้สินเชื่อ
หลังจากที่เราซื้อบ้าน/คอนโดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการยื่นขอสินเชื่อ จะกู้ร่วม กู้คนเดียว หรือกู้ในรูปแบบพนักงานบริษัท หรือเจ้าของกิจการ รายละเอียดเอกสารก็ต่างกันไป ไว้ผมจะมาเล่าในตอนหน้าครับ

ซึ่งถ้าเราจะยื่นกู้ธนาคาร ผมแนะนำให้ยื่น 3 แบงค์ขั้นต่ำนะครับ เพื่อที่จะได้ดูวงเงินและเรทอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารครับ

4. เตรียมโอนกรรมสิทธิ์และค่าใช้จ่ายที่กรมที่ดิน
ก่อนที่เราจะโอนบ้าน/คอนโด นายหน้าก็จะมีการสรุปค่าใช้จ่ายให้เราฟังเป็น list ว่า เราต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง ค่าโอนเท่าไร ค่าจดจำนองเท่าไร มีค่าภาษีธุรกิจเฉพาะอีกมั้ย

ค่าใช้จ่ายตรงนี้คนละครึ่งมั้ย? หรือว่าจ่ายกันยังไง ซึ่งข้อมูลตรงนี้เราต้องเคลียร์กันให้จบก่อนไปโอนนะครับ
main-image
profile-avatar
soulestatethailand 8/06/2565 10:37
Icon ความรู้
Icon

“กลิ่น” นี่แหละ ตัวช่วยในการปิดการขายชั้นดีเลย

เทคนิคการขายอสังหาอย่างหนึ่ง คือการทำให้บ้านดู homey and cozy (อบอุ่น สงบ สบาย) ผู้เข้าชมอยากจะเข้ามาจับจองบ้านหลังใหม่ จนบัตรเครดิตในมือสั่นระรัว นอกจากเรื่องของการตกแต่งแล้ว

“กลิ่น” ก็เป็นเรื่องสำคัญ
ในการส่งต่อความรู้สึกให้กับผู้เข้าชมได้อย่างง่ายดาย
.
บางคนอาจจะใช้การวางน้ำหอมแอบไว้ตามมุมต่างๆ
แต่น้ำหอมมักจะอยู่ได้ไม่กี่วัน แถมการเปิดน้ำหอมไว้ตลอดเวลาโดยที่ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชม ดูจะเป็นการสิ้นเปลืองมาก
.
ดังนั้นอีกวิธีนึงที่สามารถสร้างบรรยากาศได้ดี
คือการถ่ายทอดความรู้สึกด้วย “กลิ่นอาหาร” นั่นเอง

การอุ่นอาหารที่มีกลิ่นเข้ากับบรรยากาศนั้นๆ
ก่อนที่ลูกค้าจะเข้ามาชมทรัพย์สิน
.
เช่น กลิ่นชากาแฟสดที่คั่วใหม่ๆในตอนเช้า
การอบขนมปัง / ครัวซอง / หรือเบเกอรี่
ความหอมของเนยในบรรยากาศตอนกลางวัน
หรือการมีกลิ่นอาหารรสอ่อนๆให้ตอนกลางคืน
กลิ่นสบู่หรือแชมพูจางๆในห้องน้ำ
ได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มในห้องนอน
กลิ่นใบไม้ใบหญ้าและเสียงน้ำไหลในส่วนของ outdoor
.
เทคนิคนี้สามารถทำให้ผู้สนใจ
ได้รับรู้ฟิลลิ่งของบรรยากาศในตอนนั้น
เหมือนกับตัวเค้ากำลังอยู่ในบ้านหลังนั้นจริงๆ
เมื่อเค้าอินกับความรู้สึกนี้แล้ว

อย่าปล่อยให้ลูกค้าออกจากบ้านไปมือเปล่านะจ๊ะ
ให้ออกไปพร้อมกับใบจองด้วยเลย ❤️❤️
main-image
profile-avatar
matching 6/06/2565 18:40
Icon ความรู้
Icon

• เส้นทางความสำเร็จของ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ •

🎗𝐓𝐡𝐞 𝐑𝐞𝐚𝐥 𝐒𝐞𝐜𝐫𝐞𝐭🎗𝐒𝐮𝐜𝐜𝐞𝐬𝐬𝐟𝐮𝐥 𝐏𝐚𝐭𝐡 𝐢𝐧 𝐑𝐞𝐚𝐥 𝐄𝐬𝐭𝐚𝐭𝐞 𝐢𝐧𝐝𝐮𝐬𝐭𝐫𝐲 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤 𝐆𝐨𝐯𝐞𝐫𝐧𝐨𝐫’𝐬

• เส้นทางความสำเร็จของ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ •

LIVE
🗓 1st of June, 2022
⏱ 8:30 a.m.
(สามารถชมไลฟ์ย้อนหลัง ที่ ig : Tiffanylin.realtor78)

HIGHLIGHTS
1) คุณชัชชาติเข้าเป็นผู้บริหารบริษัท Q House ในปี 2557
2) กลางปี 2558 แถลงข่าวแคมเปญ “The Future is Here”อ ณ โครงการซูเปอร์ลักชูรี่อย่าง Q Twelve คฤหาสน์หรูเพียง 12 หลัง บนถนนราชพฤกษ์
3) ภายในงาน คุณชัชชาติ ได้ให้คีย์เวิร์ดในการพัฒนาที่ดินที่ไม่ใช่ “location ” อีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็น “transportation” เพราะการคมนาคม จะผลักดันให้คุณภาพของทำเลเปลี่ยนไปตาม
4)ในส่วนของผลประกอบการ ที่คุณชัชชาติดำรงตำแหน่ง
- ปีแรก เติบโตถึง 26% รายได้บริษัท 10,776 ล้านบาท
- กำไรเพิ่มขึ้นเป็น 2,217 ล้านบาท เติมโต 33%
5) ในด้านของการขาย คุณชัชชาติยังเน้นย้ำอีกว่า “A Word of mouth” สำคัญที่สุด การเข้ารับฟังปัญหาลูกค้าด้วยตนเอง จะทำให้เข้าใจมากขึ้น
6) อีกบทเรียนหนึ่งที่เอเจ้นต์คิดว่า มีประโยชน์อย่างยิ่งต่องานนายหน้าคือ การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า

โดยท่านกล่าวว่า ความต้องการของลูกค้า แท้จริงมี 2 ประเภท ได้แก่
✨expressed need ความต้องการที่ลูกค้าแจ้งตรงๆ vs
✨ lanterned need ความต้องการที่อยู่ในใจลูกค้า*

ซึ่งท่านได้เน้นว่า สิ่งที่จะทำให้เราเข้าใจความต้องการอย่างที่สองนี้คือ empathize โดยการเข้าไปคลุกคลี รับฟังปัญหาของลูกค้า ท่านได้เปรียบเทียบกับช่วงที่ดำรงตำแหน่ง เป็นรัฐมนตรีคมนาคม ท่านเองก็ได้ทดลองนั่งรถประจำทางเช่นกันค่ะ

CONCLUSION
ไม่ว่าจะงานรัฐมนตรี หรืองานด้านอสังหาฯ ท่านเองก็ลงพื้นที่ด้วยตัวเองทั้งนั้น เน้นการพูดจริงทำจริง รักษาวินัย ทำให้เห็นและเป็นให้ดู

และส่วนที่น่าจะนำไปประยุกต์กับวงการนายหน้าได้มากที่สุด คือการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะ “ความต้องการที่มองไม่เห็น” แล้วพี่น้องวงการเอเจ้นต์ คิดว่าอะไรบ้างคะ ที่เป็น Lanterned need ของลูกค้า ❓

REFERENCE
[1] https://www.matichon.co.th/economy/news_268013
[2] https://youtu.be/WdesEd90A7I
[3] https://www.prachachat.net/property/news-254384

#realestateagent #womeninrealestate #propertyconsultant #propertyinvestment #successful #womeninbusiness #realestatebusinesswomen #womeninrealestate #อสังหาริมทรัพย์ #นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ #นักธุรกิจ #เลือกตั้งกรุงเทพ #ผู้ว่ากรุงเทพ #ชัชชาติ
main-image
profile-avatar
Suthathip See-dao 2/06/2565 04:40
Icon ความรู้
Icon
main-image
profile-avatar
AgentAble Editor 10/05/2565 16:00
Icon งาน
Icon

รับสมัครเซลล์ใหม่ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาอสังหาฯ 🔥

รับสมัครสุดยอดนักขาย!🔥
(หรือ "ว่าที่" สุดยอดนักขายก็ไม่ว่ากัน)

HOME REAL ESTATE SERVICES
โฮม เรียล เอสเตท เซอร์วิสเซส

ประกาศรับสมัคร
ตำแหน่ง "ที่ปรึกษาอสังหาฯ"

.

1.
ผู้ที่รู้ดีว่างานขายเท่านั้น
ที่จะสร้างความมั่งคั่ง
และมั่นคงที่แท้จริงในชีวิตได้

2.
ผู้ที่ไม่กลัวเหนื่อย ไม่เกี่ยงงานหนัก
มีเป้าหมายชัดเจน มีรายได้หกหลักขึ้นไป
เป็นจุดหมายปลายทาง

3.
ผู้ที่อยากได้ความรู้ด้านอสังหาฯ
ติดตัวไปใช้ได้ตลอดชีวิต
ทั้งมุมนายหน้า และนักลงทุน!

4.
ผู้ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท
ร่วมสร้าง Vision ร่วมเสนอกลยุทธ์
และได้เรียนรู้แนวคิด เรียนรู้ธุรกิจ เติบโต
ไปพร้อมกับการทำงาน

5.
ผู้ที่กำลังมองหางานที่ไม่ได้แค่ทำเงิน
แต่เติมเต็มจิตใจในการมอบคุณค่าให้ลูกค้า
และผู้คนรอบๆตัว

.

หน้าที่ (โดยภาพรวม)📍

1. ขายบ้าน
2. ขายคอนโด
3. ขาย Project Built-in
4. ขายแผนการลงทุน

.

ตำแหน่งนี้มีการรับรายได้ 2 แบบ

Type A :

▪️Salary Based
▪️เงินเดือน 15,000
▪️ประกันสังคม
▪️เทรนนิ่งฟรีทุกเดือน

รายได้โดยประมาณ (ผลลัพธ์ปานกลาง)

คอม + เงินเดือน
= 40,000-60,000 / เดือน💸

_________________________________

Type B :

▪️Commission Based
▪️ไม่มีเงินเดือน
▪️เทรนนิ่งฟรีทุกเดือน

รายได้โดยประมาณ (ผลลัพธ์ปานกลาง)

คอม + โบนัส
= 60,000-100,000 / เดือน💸

หมายเหตุ :
Type B ไม่ใช่ Freelance นะครับ
มาตรฐานการทำงานเทียบเท่ากับ Type A
ต่างกันเพียงแค่รูปแบบการจ่ายเงินเท่านั้น

.
.
.

คุณสมบัติที่ทีมผู้สัมภาษณ์
จะไม่ให้ผ่าน และจะคัดออกทันที..

❌ NO ❌
1. บ่น โทษ ด่า อ้างทุกอย่างรอบตัว
2. มองว่าการพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องไร้สาระ
3. มีแต่คำว่า "แต่" กับ "ยาก" อยู่ในชีวิต
4. ไม่มีเป้าหมายในชีวิต
5. ไม่รู้จักข้อเสียของตัวเอง (ไม่ยอมรับตัวเอง)

.
คุณสมบัติที่ทีมสัมภาษณ์
จะพิจารณาเป็นพิเศษ❤️

✅ YES ✅
1. มีวาทศิลป์ ใช้คำพูดเป็น
2. ได้ภาษาอังกฤษ
3. ยอมสูญเสีย ดีกว่าต้องเอาเปรียบคน
4. รักในการแก้ปัญหา
5. มองไกล ไม่มองแคบ

.
.
.

วุฒิไม่ต้อง อายุไม่สน
การศึกษาไม่สำคัญ !!!

หากใครที่อ่านมาถึงตรงนี้
รู้สึกว่าทั้งหมดนี้ "ใช่เรา" ✨

.

ติดต่อนัดสัมภาษณ์ ได้ที่
▪️LINE : @homethailand
(มีเครื่องหมาย @ นำหน้า)

หรือคลิกที่ :
https://lin.ee/mOuRjRs

.
หรือโทร
▪️062-879-5289 (พลอย)
เพื่อสอบถามข้อมูล

แล้วพบกันครับ🙏🏻

#รับสมัครงาน
#รับสมัครเซลล์
#สุดยอดนักขาย
#ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์
#HOMEREALESTATESERVICES
main-image
Icon ความรู้
Icon

📣 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการก้าวเข้าสู่อสังหาฯ แบบอินเตอร์ ไม่ว่าจะในฐานะนายหน้า นักขาย นักลงทุน หรือนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

เราแนะนำงานนี้ ต้องมา

📣 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการก้าวเข้าสู่อสังหาฯ แบบอินเตอร์ ไม่ว่าจะในฐานะนายหน้า นักขาย นักลงทุน หรือนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

📌 CIPS หรือ Certified International Property Specialist จะช่วยเปิดประตูให้คุณก้าวย่างอย่างมั่นใจ

📌 CIPS เป็นคอร์สที่ทาง NAR (National Association of Realtors) ที่เป็นสมาคมนายหน้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา จัดร่วมกับสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ (RESAM)

🗓 กำหนดการ เรียนทั้งหมด 10 ครั้ง วันที่ 4-5, 11-12, 18-19, 25-26 มิ.ย. 2-3 ก.ค. 65 เวลา 7.00-11.00 น. รวม 40 ชั่วโมง

➡️ สอนโดย Furhad Waquad, Certified CIPS Instructor ของ NAR

➡️ สอนผ่าน Zoom การบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ โดยมี Subtitle เป็นภาษาอังกฤษ

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ

✅ 1. ความรู้ในการซื้อขายอสังหาฯ ในประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก

✅ 2. CIPS Designation พร้อมรับ Pin CIPS, Realtor และสิทธิในการเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิก CIPS ทั่วโลกที่จะช่วยให้การ “Refer” ธุรกิจของคุณทั่วโลกทำได้ง่ายขึ้น

✅ 3. กิจกรรม Networking สุดพิเศษจำนวน 4 ครั้ง ทุก 2 เดือน เพราะเราเชื่อว่าคนที่คุณรู้จักเป็นหัวใจที่สำคัญอันนึงในการสร้างความสำเร็จในการขาย

✅ 4. สมาชิก IRM หรือ International Realtor ของ NAR หรือ National Association of Realtors ฟรี เป็นเวลา 1 ปี

✅ 5. สมาชิกสมาคม RESAM ฟรี 1 ปี สำหรับบุคคลทั่วไป

✅ 6. เข้าอบรม Code of Ethics และจรรยาบรรณนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ฟรี พร้อมใบประกาศนียบัตร

💥 อัตราเงินลงทุน พิเศษสุด จากปกติราคา 59,000.- ลดประชดโควิทเหลือ

👉 สมาชิก RESAM Early bird ถึง 31 มี.ค. 65 25,900.- จากราคาปกติ 27,900.-

👉 บุคคลทั่วไป Early bird ถึง 31 มี.ค.65 27,900.- จากราคาปกติ 29,900.-

เมื่อโอกาสมาเคาะประตูคุณแล้ว อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปนะคะ พลาดครั้งนี้แล้ว ต้องรออีกอย่างน้อย 2 ปี จึงจะได้มีโอกาสเปิดสอนอีกครั้งนะคะ 🙏🙏

สอบถามรายละเอียดได้ทาง
📲 Line OA: @resam
📧 อีเมล์: resam@resam.or.th
☎️ โทร. 081-439-6654, 086-4664-669

👉 สมัครได้ทาง https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdbfDSIP7dUeEMZ8WEjP8CF9QDNiBZrBy-U9ePusz92xzedZw/viewform?usp=sf_link

(credit card) ชำระเงินลงทุนได้ที่ ธ.กสิกรไทย เลขที่ 7762209688
main-image
profile-avatar
ThipProperties 8/05/2565 12:57
Icon ความรู้
Icon

“โอนจากตัวแทนไปให้ตัวการ” เย้ๆ ดีใจจังค่ะ ได้เจอแล้วค่ะ สิ่งที่รู้กัน รู้กันในวงแคบ ทำมาเป็น 100 แปลงทิพย์ก็เพิ่งเจอนี่แหละค่ะ

“#โอนให้ตัวการ”#โอนอสังหาฯปลอดภาษี
โดย อาจารย์อนุชา กุลวิสุทธิ์
บางส่วนจากอีบุ๊คเล่ม #กลโกงการเงิน

การโอนเปลี่ยนมืออสังหาริมทรัพย์ในบ้านเราแต่ละครั้ง แต่ละรอบ มีค่าธรรมเนียมและภาษีค่อนข้างสูง ดังนั้นยิ่งเปลี่ยนมือกันมากครั้งเท่าไหร่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะเพิ่มพูนขึ้นดุจเงาตามตัวในแวดวงลงทุนอสังหาริมทรัพย์ มีเทคนิคหนึ่ง

ซึ่งอาจนำมาใช้รับโอนที่ดิน เพื่อโอนต่อให้กับผู้อื่น หรือโอนต่อให้บริษัท โดยไม่ต้องภาษีเงินได้หัก ณ.ที่จ่าย อากร และภาษีธุรกิจเฉพาะ จะเสียเพียงค่าธรรมเนียมแปลงละ 50 บาทเท่านั้น เทคนิคดังกล่าว รู้กันในวงแคบเท่านั้น นั่นก็คือ “#โอนจากตัวแทนไปให้ตัวการ”
main-image
profile-avatar
ThipProperties 3/05/2565 17:17
Icon ความรู้
Icon

อยากรู้ไหมคะ ว่าในสายตานักลงทุนต่างชาติ เขามองประเทศไทยเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชีย? จะทำตลาดอสังหาฯ สำหรับลูกค้า International จะเอาอะไรไปขายดี?

โอ๋อยากทำ live เรื่อง เปรียบเทียบโอกาส และความน่าสนใจในการลงทุนอสังหาฯ สำหรับประเทศในแถบเอเชีย 🤗

อยากรู้ไหมคะว่า ประเทศเราอยู่ในลำดับไหน ในสายตานักลงทุนต่างชาติ และเพราะอะไร?

สนใจทำตลาด International investment เราควรคัดเลือกทรัพย์แบบไหนไปขาย?

มีความเป็นไปได้อะไรบ้าง ที่จะพาตัวเองออกสู่ตลาดสากล?

ถ้ามีคนอยากรู้ เกิน 50 คน จะทำการบ้านเรื่องนี้มาคุยให้ฟังค่ะ

ตอนนี้ประเทศเปิด นั่งจิบเบียร์ จิบไวน์ชิลๆ แล้วไปเจอนักท่องเที่ยว หรือนักลงทุนที่เข้ามาหาโอกาส และอยากรู้จักตลาดอสังหาฯไทยแลนด์ คุณต้องขายได้แบบทันท่วงทีว่า Why Thailand? and Why me? แล้วนะคะ 🤗
main-image
profile-avatar
Naowarat 27/04/2565 13:41
Icon ความรู้
Icon

เคล็ดลับการขายอสังหา เพื่อทำกำไรอย่างชาญฉลาด

1. เมื่อมีคนมาเสนอซื้อหลายราย นั่นหมายถึงภาวะตลาดที่ดี ซึ่งอาจจะไม่ได้ดีแบบนี้ตลอดไป อย่าเล่นตัวค่ะ ถ้าได้กำไรพอสมควรแล้วก็ควรจะขายค่ะ

2. อย่าขายตอนจำเป็นต้องรีบใช้เงิน เพราะการขายอสังหาฯ ใช้เวลานาน อาจถูกกดดันให้ลดราคาต่ำกว่าทุนได้

3. ช่วงเวลาตลาดดี คนมีกำลังซื้อ นั่นคือเวลาดีที่จะขาย

4. ควรดูแลทรัพย์ให้อยู่ในสภาพดีพร้อมชม พร้อมขายอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น

5. ใช้บริการนายหน้า ดูแลการขาย เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ในการปิดขายอย่างราบรื่น รวดเร็ว เพราะนายหน้ามีข้อมูลและเชี่ยวชาญในขั้นตอนเหล่านี้

คลิปนี้มีคำตอบค่ะ #อสังหาฯอารมณ์ดี
คลิกดูวีดีโอลิ้งค์ด้านล่างเลย
https://www.facebook.com/asunghaaromdee/videos/711361173221964/
main-image
profile-avatar
Naowarat 26/04/2565 21:51
Icon ความรู้
Icon

📢ห้ามพลาด RESAM Morning Call หัวข้อ "The Real Estate REVOLUTION Platform " ทำไม Living Insider ถึงเป็น Platform อสังหาฯ ที่เติบโตเร็วที่สุด

📌จันทร์ที่ 25 เมษายน 65 📌8.30-9.30 น.

📌ห้วข้อ "The Real Estate REVOLUTION Platform " ทำไม Living Insider ถึงเป็น Platform อสังหาฯ ที่เติบโตเร็วที่สุด

โดย คุณภูวนัย ภัทรโภคิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ลิฟวิ่ง อินไซเดอร์

Mooderator โดยคุณทิพย์ พงษ์เจริญ โรเบิร์ต
กรรมการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ

สิ่งที่คุณจะได้รับ

🌐ได้รู้การนำเสนอ Content ที่ช่วยปิดการขายได้”

🎤ดำเนินรายการโดย คุณรมยกร สุวิสิทฐ์ อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ

แล้วพบกันนะคะ😊
=========
Join Zoom Meeting
https://us02web.zoom.us/j/6506285528?pwd=dTg1MzlCWWR3a0Q3RTZrY3RGNWVzQT09

📌Meeting ID: 650 628 5528
📌Passcode: 123555
สมาชิก RESAM และบุคคลทั่วไป
main-image
profile-avatar
AgentAble Editor 24/04/2565 17:28
Icon ความรู้
Icon

แนะนำคัมภีร์วิชาที่ดิน และการลงทุนอสังหาฯเชิงพาณิชย์ค่ะ ❤️

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ไม่ได้โพสต์หลายวัน มงลงค่ะ ติดโควิด ตอนนี้หายแล้ว เหลือกักตัวให้ครบเท่านั้น อดเที่ยวสงกรานต์ไปตามระเบียบ 😁

เพื่อนๆเริ่มเดินทางกลับกันมาหรือยังคะ เดินทางปลอดภัยค่ะ

ปกติจะมีคนมาถามเรื่องงานนายหน้า และ ไอเดียราคาปล่อยขายปล่อยเช่าทรัพย์ นานๆ จะมี Landlord มาถามเรื่องการบริหารพอร์ตสักที เพราะปกติคนที่มีทรัพย์เยอะๆ เขาเก่งอยู่แล้วค่ะ และ Wealth มันโตตามเวลา พร้อมกับความสามารถในการจัดการทรัพย์สินของตัวเอง

แต่กรณีนี้ คนถามเขาไม่เคยแตะต้องงานด้านนี้ค่ะ พอดีพ่ออายุเยอะ ดูไม่ไหวแล้ว มีเป็นสิบๆที่ ทั้งที่ดิน อาคารพาณิชย์ ลูกก็ต้องมารับช่วงแทน ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เลยโทรมาปรึกษา

" พี่ควรไปเรียนคอร์สอสังหาฯอะไรสักอย่างดีไหม? จะได้เข้าใจพื้นฐานน่ะ ตอนนี้มืดไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูก..." ปลายสายเขาถามมา

" ถ้าอยากจ่ายตังค์ ก็ตามสะดวกค่ะพี่ แต่บ้านเราที่สอนการลงทุนในทรัพย์เชิงพานิชย์แท้ๆ มันไม่มีนะคะ โค้ชทั้งหลายก็เอาประสบการณ์มาสอน จึงไม่รู้ว่าสอนถูกต้อง ลึกซึ้งเพียงใด และที่สำคัญ เรียนแล้วพี่ก็ต้องลงสนาม ดู 100 ทรัพย์ ให้เข้าใจตลาดอยู่ดี เรียนแล้วไม่ทำ คือ 0 ค่ะ" ก็ตอบพี่เขาไป ตามความจริงที่รู้เห็น

" โหว ทำการบ้านเยอะอ่ะ แล้วคนที่เขามีทรัพย์เยอะๆนี่ เขาทำแบบนี้ทั้งนั้นเหรอ?"

" ใช่แล้วค่ะพี่ เขาสะสมความรู้ ความเข้าใจและเห็นโอกาส ความมั่งคั่งมันสะสมผ่านกาลเวลาเนอะพี่ อสังหาฯมันไม่ได้มีป้ายราคาแปะไว้เหมือนสินค้าอื่น มันคือรู้ทำเล จึงรู้ราคา"

พี่เขาเงียบไปพัก " ...พ่อพี่เก่งว่ะ ไม่ได้จบสูง แต่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ และสะสมทรัพย์สินมาตั้งแต่พี่ยังเด็กๆ พี่ซะอีก ไปเรียนมาซะสูง แต่ก็ต้องมานั่งเรียนรู้ไล่หลังเพื่อรักษาทรัพย์สมบัติของแกไว้..."

🤗 ก็ต้องขอบคุณคนรุ่นพ่อแม่ของเราค่ะ ที่สะสมเอาไว้ให้ พี่เขายังโชคดีที่มี Happy problem ให้มานั่งเรียนไล่หลัง ไม่เหมือนบางบ้านที่มีแต่มรดกหนี้นะคะ 😁

" ถ้าพี่อยากหาความรู้เรื่องที่ดิน เอาไว้เป็นแนวคิด แนวปฏิบัติ แนะนำหนังสือวิชาที่ดิน นะคะ ของ อ.อนุชา ส่วนตำรา Commercial Investment บ้านเราไม่มีตำราไทยดีๆ เขียนไว้เลยค่ะ เคยลงคอร์สเรียนหลายหมื่น ฟังไม่รู้เรื่องค่ะ จะให้ไปหาเรียนกับที่มหาวิทยาลัยต่างๆ คงนาน แนะนำหนังสือของ Peter Harris นักลงทุนอสังหาฯเชิงพาณิชย์ตัวจริง ที่สอนด้วยภาษาเรียบง่าย แบบมือใหม่อ่านเข้าใจ มีช่อง YouTube ให้ไปตามอัพเดทด้วย "

แปะสองเล่มไว้ด้านล่างนี้ เพื่อลูกเพจเอาไปอ่านพัฒนาความรู้กันค่ะ

อ่านไป ทำไปเรียนรู้ไปนี่ล่ะค่ะ ของจริง
main-image
profile-avatar
Naowarat 16/04/2565 19:21
Icon งาน
Icon
main-image
profile-avatar
AgentAble Editor 12/04/2565 18:28
Icon ความรู้
Icon
main-image
profile-avatar
AgentAble Editor 11/04/2565 19:33
Icon ความรู้
Icon

จับแล้ว สาวแสบ หลอกเหยื่อให้เช่าคอนโด โกงไม่หยุด อย่าไปยอม วันนี้คดีแบบนี้เข้าข่ายฉ้อโกงและยอมความกันไม่ได้แล้ว อ่านเพิ่มเติมในข่าวด้านล่าง

ผู้เสียหายสร้างกลุ่มเฟซบุ๊กกว่า 100 ราย เคยโดนจับได้แล้วยังไม่เข็ด ก่อเหตุซ้ำอีก

วันที่ 10 เม.ย.65 พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท.สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.บก.ทท1.,พ.ต.ท.จิรัฏฐวัฒน์ กาญจนวรางกูร รอง ผกก.1 บก.ทท.1 พ.ต.ต.วรกิจ วรรณสอน สว.กก.1 บก.ทท.1

พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.1 บก.ทท1. ร่วมกันจับกุม น.ส.ปภาวรินทร์ ขอสงวนนามสกุล อายุ 28 ปี สัญชาติไทย ตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ที่ จ.53/2565 ลงวันที่ 17 ก.พ. 2565 กระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”โดยจับกุมได้ที่ ภายในซอยหทัยราษฎร์ 37 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลอกให้เช่าคอนโดให้กับผู้เสียหายกว่า 100 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท
main-image
profile-avatar
AgentAble Editor 10/04/2565 12:47
Icon ความรู้
Icon
main-image
profile-avatar
Naowarat 6/04/2565 18:31
Icon ความรู้
Icon

No deal is better than Bad deal

เพื่อนเอเจนท์ เคยถูกลูกค้าปฏิเสธไหมคะ? เวลาถูกปฏิเสธ เพื่อนๆ ทำอย่างไรคะ?

โอ๋ชอบการปฏิเสธ ที่ชัดเจนตรงไปตรงมา มากกว่าเก็บงำ อ้อมแอ้ม หลอกลวงกันด้วยความมารยาทดีของลูกค้า ถ้ามีลูกค้าทำแบบนั้น แสดงว่ายังสร้างสายสัมพันธ์กับเขาไม่ดีพอ ที่เขาจะกล้าปฏิเสธได้อย่างตรงไปตรงมา

จากที่เคยแชร์ครั้งก่อนๆ จะใช้คำถามที่ lead ไปหาคำตอบ No เพื่อให้ลูกค้าได้ตอบอย่างอิสระ และเมื่อวาน ลูกค้าก็เพิ่งตอบปฏิเสธ No ไม่ปิดเคสกับโอ๋ค่ะ 😊 ก็ได้ฟีดแบ็กชัดเจนว่ามีอะไรที่ทรัพย์ของเรา ไม่ถูกใจ และมีอะไรที่เราต้องปรับปรุงบ้าง

ง่ายดี ไม่มีอึนๆ

หลายครั้ง No เพื่อจะได้รู้ว่า ต้องไปหาทรัพย์ชิ้นใหม่มาเสนอ หรือ No เพื่อจะได้ยินว่า เขายังไม่ถูกใจอะไรในสิ่งที่เรามี หรือมีช่องทางเป็นไปได้อย่างอื่นอีกไหม ในการเจรจาต่อรอง

แต่ไม่เคย " ตื๊อ" ลูกค้า

" คุณลูกค้าคะ ขอบคุณที่แชร์กันอย่างตรงไปตรงมา ว่ายังมีประเด็น...ที่ไม่ตรงกับความต้องการนัก มีอะไรที่โอ๋สามารถทำให้คุณลูกค้าได้บ้างในเรื่อง...?"

ถ้าลูกค้าได้คิดแล้วว่ายังมี ก็ไปต่อ แต่ถ้าลูกค้ายังไม่เห็นช่องทางความเป็นไปได้ที่เราเห็น ก็เสนอเขาได้ด้วยคำถามว่า " มันจะเป็นความคิดที่แย่ไปไหมคะ?ถ้าเราจะ... และหากที่สุดแล้ว เขาเลือกเองอย่างชัดเจน โดยมีเราช่วยสะท้อนความคิด คือ " ไม่เอา" ก็ไม่ต้องฝืนค่ะ มันน่ารำคาญ!

เป็นนักขาย เป็นตัวแทนเจ้าของในการขาย และไม่ยัดเยียด เขาไม่เอา ก็ไม่ต้องเดินต่อแล้ว เปลี่ยนทิศทางไปดีกว่า ในกระบวนการเจรจาต่อรอง ความสัมพันธ์และความไว้วางใจ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ไม่ใช่ " ค่าคอมมิชชั่น"

เงินมา ในเวลาที่ทำหน้าที่เรียบร้อย ดังนั้น ไม่ว่าเราจะอยู่ในภาวะไหนของชีวิต เวลาออกไปทำงาน ต้อง set จิต ของตัวเองให้ได้ ว่าเป็นที่พึ่งพาได้ของลูกค้า เราจึงจะทำงานได้อย่างสงบ และมีพลัง

การมีลูกค้าหลายคน จะช่วยลดความกดดันของคนทำงานได้ เคสนี้ไม่เอา ก็ Next เคสนี้ต่อหนักมาก ต่อไร้สาระ คุยไม่รู้เรื่อง เป็น Bad deal ก็เลือก No deal เลยดีกว่า

เคสลูกค้าต่อหนัก และขอ options เพิ่มมากมาย กดดันยัดยู้ ไม่สมเหตุสมผลก็ถามเลยว่า " Do you think the owner would feel this is a fair deal?"
เพราะคนบางคนก็มาด้วย Attitude ที่จะเอาเปรียบคนอื่นตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงเวลาเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ ส่งไปเจ้าของก็ไม่พิจารณา เสียเวลา เสียความรู้สึกเราอีก ที่ต้องกดดันตัวเองให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

แต่เคสที่เป็น No deal on site สำหรับตัวเองคือ ถ้าลูกค้าพยายามข่มขู่ให้เราไปต่อราคามาให้ และใช้คำพูดไม่เหมาะสม หยาบคาย เช่น " Its already great deal. If she didnt accept, she will be f*cking idiot!" เจออย่างนี้ คือ Walk away เท เลยค่ะ และไม่หาใหม่ให้ด้วย เพราะ attitude แย่ จะเช่าจะซื้อกันต่อไป คงปวดหัว 😁

เงินน่ะอยากได้ แต่ทำงานให้ปีศาจร้าย เราคงขาดใจตายก่อนได้เงิน

เคารพตัวเอง เคารพลูกค้า
รับได้ทุกสภาวะ และทุกคำตอบ

#selfesteem #iknowmyworth #selfworthiness #อสังหาฯอารมณ์ดี
main-image
profile-avatar
Naowarat 6/04/2565 10:00
Icon ความรู้
Icon

อัพเดท! ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2565 ล่าสุดเสีย 100% แล้วจ้า !!

กระทรวงการคลัง เดินหน้าเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 100% ใครได้ยินแบบนี้เป็นต้องหนาวว่า 100% ที่ว่ามันเสียแบบไหนยังไง และสิ่งปลูกสร้าง ทั้งหมดนี้อัพเดทให้ฟังในคลิปนี้

อันดับแรก สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ
วิธีคำนวณภาษีที่คำนวณจาก
ภาษี = ราคาประเมิน x อัตราภาษี

ดยอัตราภาษีจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบ่งออกเป็น เกษตร / ที่อยู่ / อื่น ๆ / รกร้าง ซึ่งมีการจัดเก็บในอัตราที่ต่างกัน โดยเกษตรถูกสุด ส่วนรกร้างแพงสุด

อย่างไรอัตราภาษีของแต่ละประเภทการใช้งาน ที่เราเคยเสียในปี 2563 - 2564 ยังต่ออายุ ให้ลดต่อไปในปี 2565 เป็นต้นไป ซึ่งประกาศเป็นกฤษฏีกาเรียบร้อยแล้ว โดยเสียในอัตราต่อไปนี้

- เกษตรกรรม อยู่ที่ 0.01-0.1%
- ที่อยู่อาศัย อยู่ที่ 0.02-0.1%
- อื่นๆ และ รกร้าง อยู่ที่ 0.3-0.7%

โดยส่วนที่อยู่อาศัยมียกเว้น บ้านหลังหลักยกเว้น 50 ล้านบาท (กรณีมีทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) หรือยกเว้น 10 ล้านบาท (กรณีสิ่งปลูกสร้าง) โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ การไม่ลด 90% ต่อให้ในปี 2565 เหมือนปี 2563 - 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งแปลว่าเราต้องกลับไปเสียภาษีที่ดินในอัตรา 100% ไม่ได้ลดนั่นเอง

ตรงนี้แนะนำให้ลองคิดแบบนี้ว่า ในปีที่แล้ว เสียภาษีที่ดินไว้เท่าไร เช่น ถ้าเสียไว้ 20 บาท ก็แปลว่า จริงๆ แล้วเราต้องเสีย 200 บาท แต่ได้สิทธิ์ลดภาษี 90% ทำให้เสียแค่ 20 บาท ดังนั้นปีนี้ต้องกลับมาเสีย 200 บาทนั่นเอง

นอกจากนั้นอาจจะต้องเช็คเพิ่มเติม สำหรับคนที่ได้รับสิทธิ์ลดตามมาตรการผ่อนปรนในส่วนของภาษีที่ดินที่จ่ายมากกว่าภาษีโรงเรือน (3 ปีแรก) เพราะอาจจะต้องเสียมากขึ้นกว่านั้นก็เป็นไปได้

ขอบคุณเกร็ดความรู้จาก
TAXBugnoms

Source
http://bitly.ws/pUIU
main-image
profile-avatar
AgentAble Editor 5/04/2565 10:18