AgentClub

สวัสดีวันพฤหัสบดี ☀️

🔥 Owner เท่านั้นที่ได้สิทธิพิเศษนี้ ปักหมุดดับเบิ้ล 30 วัน เหลือเพียง 590 บาท!

สวัสดีค่ะ คุณเจ้าของห้อง 🙂

LivingInsider มีโปรโมชั่นพิเศษ 🔥 Owner เท่านั้นที่ได้สิทธิพิเศษนี้ เพื่อช่วยให้เจ้าของบ้าน–เจ้าของคอนโด ปล่อยเช่าและขายได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ในช่วงที่ลูกค้ากำลังหาห้องจำนวนมาก



🔥 Owner Pin Post – ปักหมุด 2 หมวด 30 วัน
จาก 2,700 บาท → เหลือเพียง 590 บาทเท่านั้น!
(ลดจริงกว่า 78%)

ปักหมุดประกาศของคุณให้แสดงบน หน้าแรกหมวดทำเล + หน้าแรกหมวดโครงการ เพื่อให้ลูกค้ามองก่อนโฆษณาของคนอื่นๆ โดยโฆษณาปักหมุด จะแสดงบนด้านบน โดยไม่ตกไปไหนเลย แม้คู่แข่งจะดันประกาศ



⭐ สิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับทันที
✔ ขึ้นหน้าแรกทั้ง 2 หมวด (ทำเล + โครงการ)
✔ เพิ่มยอดเข้าดูแบบเร่งด่วนหลายเท่าตัว
✔ มีโอกาสปล่อยเช่าได้เร็วขึ้นในช่วงฤดูกาลหาห้อง
✔ ทีมแอดมินช่วยลงประกาศปักหมุดให้ครบทุกขั้นตอน
✔ เหมาะมากสำหรับเจ้าของที่อยากให้ห้องปล่อยได้ภายในเดือนนี้

⏳ โปรโมชั่นนี้จำกัดเพียง 100 สิทธิ์แรกเท่านั้น! หมดแล้วหมดเลย
🟩 คลิกเพื่อแชทกับแอดมินและรับสิทธิ์ตอนนี้เลย ทางเรามีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา 🥰 ไม่มีวันหยุด 9:00-24:00น. 👉 แชทหาแอดมินทันที คลิกแอดไลน์ https://bit.ly/3dyFGQG
หากต้องการให้เราช่วยตรวจสอบประกาศเดิมของคุณว่าพร้อมปักหมุดหรือยัง สามารถพิมพ์ตอบกลับอีเมลนี้ได้เลยนะคะ ทีมงานพร้อมช่วยดูแลเต็มที่ค่ะ 💚

LivingInsider Team
เชื่อมต่อทุกการอยู่อาศัย
main-image
profile-avatar
บรรณาธิการ Agent Club 4 มีนาคม 2569 17:51

รีวิวประสบการณ์ Co-agent: ปิดดีลไวขึ้น 2 เท่า หรือแค่แบ่งค่าคอมฯ?

จากประสบการณ์ที่ได้ลองเปิดรับ Co-agent ในการปล่อยเช่า/ขายคอนโดมาพักใหญ่ บอกเลยว่า "ถ้าทำเป็น...ชีวิตเปลี่ยน" ค่ะ แต่มันก็มีทั้งมุมที่แฮปปี้และมุมที่ต้องทำการบ้านเพิ่มนะคะ
✅ ข้อดีที่ทำให้ตัดสินใจรับ Co-agent
• ปิดงานไวคือหัวใจสำคัญ: บางครั้งเรามีห้องที่สวยมาก แต่หาลูกค้าที่ "ใช่" ไม่เจอสักที การรับโคฯ ช่วยให้เราเข้าถึงฐานลูกค้าของเอเจ้นท์คนอื่นทันที ไม่ต้องรอแค่คนทักเพจเรา
• ลดภาระการพาส่องห้อง: เอเจ้นท์ฝ่ายลูกค้าจะช่วยกรองลูกค้ามาให้ระดับหนึ่งแล้ว ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปเปิดห้องให้คนที่ไม่พร้อมจริงๆ
• Connection ระยะยาว: หลายครั้งที่จบงานหนึ่งไปแล้ว กลายเป็นว่าเรากับเพื่อนเอเจ้นท์คนนั้นส่งงานให้กันต่อได้เรื่อยๆ
⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง (Pain Points ที่เคยเจอ)


• เรื่องการแบ่งค่าคอมมิชชั่น: ต้องตกลงกันให้จบตั้งแต่ "คำแรก" ว่าแบ่งกัน 50/50 หรือสัดส่วนเท่าไหร่ และจะจ่ายตอนไหน เพื่อป้องกันปัญหาผิดใจกันภายหลังค่ะ
main-image
profile-avatar
nattakarndv 28 กุมภาพันธ์ 2569 15:16

สิ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับการทำการตลาดปีนี้ ไม่ใช่เรื่องของการทำอย่างไรให้ mass

วันนี้ได้มีโอกาสนั่งคุยกับน้องๆเอเจ้นท์ เพื่ออัพเดทสถานการณ์ ปี 2569 ถือว่าเป็นปีที่เอเจ้นท์หน้าเก่าล้มหายตายจากไปเยอะแต่ก็ถูกทดแทนด้วยเอเจ้นท์หน้าใหม่ไม่น้อยเช่นกัน

กล่าวโดยสรุป สิ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับการทำการตลาดปีนี้ ไม่ใช่เรื่องของการทำอย่างไรให้ mass การทำการตลาดอย่างไรให้ลูกค้ามองเห็นแต่เป็นการทำการตลาดแบบ copy cat

คุณตื่นเช้ามาหยิบโทรศัพท์เลื่อนดู feed เอเจ้นท์คนเดิมทำคลิป present อีกแล้วยอดวิวหลักแสนคอมเมนต์อย่างแน่น

เมื่อคุณเห็นวิธีการทำการตลาดของเอเจ้นท์คนอื่นแล้วแล้วในหัวคุณเริ่มพูดกับตัวเอง “เขาทำได้ เราก็ต้องทำได้”

คุณเปิดกล้องพูดตามที่เห็นเขาพูดแต่งตัวคล้ายกันใช้มุมกล้องคล้ายกันใช้คำโปรยใกล้กันโพสต์ลงไปแล้วภาวนารอปาฏิหาริย์ให้ mass เหมือนเค้าบ้าง

ยอดวิวมาน้อยกว่าที่คิดคุณบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรต้องสม่ำเสมอ

สิ่งเหล่านี้มันไม่ผิดอะไรแต่ลึก ๆ คุณรู้ว่าการนำเสนอแบบนี้มันไม่ใช่ตัวคุณ

คุณลองเลื่อนดูเพจตัวเองคอนโด 1-2ล้านก็มี บ้านเดี่ยวก็ขายที่ดินก็รับบ้านหรูก็ไม่พลาดทุกอย่างดูครบแต่ main port ตัวเองกลับไม่มีอะไรชัดเลย

ถ้าปิดชื่อเพจคุณออกมันก็เหมือนเพจเอเจ้นท์ทั่วไปอีกหนึ่งเพจคุณไม่กล้าถามตัวเองตรง ๆถ้าวันนี้ลูกค้าจะซื้อบ้านหรูเขานึกถึงคุณไหม

ถ้าจะลงทุนคอนโดชื่อคุณลอยขึ้นมาในหัวเขาหรือเปล่า

หรือคุณเป็นแค่ตัวเลือกที่ใครๆก็สามารถแทนคุณได้คุณไม่ได้สร้างตัวตนในรูปแบบของตัวเองคุณสร้างแค่การมีตัวตนอยู่

ปี 2569 มันไม่ใช่ปีของคนทำเยอะมันคือปีของคนที่ "มีความชัดเจนในรูปแบบของตัวเอง"

ชัดว่าชั้นยืนอยู่ใน segment ไหน ชัดว่าจุดเด่นของชั้นคือขายอะไร ชัดว่ารูปแบบการนำเสนอของชั้นเป็นแบบไหน ชัดว่าชั้นไม่รับอะไร ชัดว่าใครคือกลุ่มลูกค้าของชั้นแต่การจะชัดได้นั้นมันต้องยอมตัด

ตัดงานที่ไม่ใช่ตัดภาพลักษณ์ที่ฝืนตัดความกลัวว่าจะพลาดโอกาสและนั่นแหละคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่กล้าทำมัน

คุณกลัวว่าถ้าเลือกทางเดียวรายได้จะหาย

คุณกลัวว่าถ้าไม่ทำตามกระแสจะตกขบวน

คุณกลัวว่าถ้าไม่ทำเหมือนคนที่ปังจะไม่มีวันปัง

แต่คุณไม่เคยกลัวเลยว่าถ้าคุณยังเหมือนคนอื่นคุณจะไม่มีวันโดดเด่นในสายตาคนภายนอก

คุณต้องยอมเป็นคนส่วนน้อยเพราะในโลกความเป็นจริงคนที่ประสบความสำเร็จคือคนส่วนน้อยที่มีความคิดและความกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง

คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่เป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม

หยุดหลอกตัวเองว่ากำลังสร้างแบรนด์ถ้าคอนเทนต์ของคุณที่ยังไม่มีสไตล์เฉพาะที่ยังไม่มีน้ำหนักทางความเชื่อหรือที่ยังไม่มีจุดยืน

มันไม่ใช่แบรนด์ตัวเองมันคือการลอกตัวตนคนอื่น

ลองนั่งเงียบ ๆไม่ต้องดูใครไม่ต้องเทียบใครถามตัวเองแบบไม่อ้อมค้อม

“คุณเก่งที่สุดเรื่องอะไร คุณเข้าใจตลาดไหนลึกที่สุด คุณอยากให้ลูกค้าเรียกคุณว่าอะไร”

ถ้าคำตอบยังคลุมเครืออย่าเพิ่งโทษตลาดอย่าเพิ่งโทษคู่แข่งโทษความไม่ชัดของตัวเองก่อน

ธรรมชาติธุรกิจเอเจ้นท์ในปีนี้จะคัดคนออกแบบเงียบๆ ช้าๆกลายเป็นทุกคนกำลังคว้าทุกอย่างเข้าหาตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดจากวงการ

แต่ในทางกลับกันคนที่กล้าหยุดกล้าตัด กล้าชัดจะเริ่มมีที่ยืนของตัวเอง

**สาระสำคัญของบทความนี้**

คือการหาเอกลักษณ์ของตัวเองให้เจอถ้าไม่รู้จักตัวเองลองถามเพื่อนหรือคนรอบข้างว่าเรามีอะไรโดดเด่นกว่าคนทั่วไปเอาตรงไหนในตัวเรามาใช้ประโยชน์ได้บ้างโดยไม่มี bias กับคำแนะนำของเพื่อน

แล้วหาวิธีการนำเสนอของตัวเองให้เจออาจจะนำ model การนำเสนอของคนอื่มาเป็น inspire แต่อย่าถึงขั้นไปลอกเค้าทุกอย่าง

เพราะลูกค้ามักจะให้คุณค่ากับต้นฉบับไม่ใช่ของที่ลอกเลียนแบบ

ถ้าเค้าทำสำเร็จ ไม่ใช่ว่าคุณจะทำสำเร็จในทางกลับกันถ้าเค้าทำไม่สำเร็จ ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่สำเร็จเหมือนกัน

อย่ามัวแต่เสียเวลาวิ่งตามรอยเท้าคนอื่นทำไมไม่สร้างรอยเท้าตัวเองขึ้นมาแล้วให้คนอื่นวิ่งตาม

คนที่วิ่งแข่งชนะคือคนที่มองไปแต่ข้างหน้าไม่เคยหันไปมองข้างหลัง

มีแต่คนแพ้ที่ได้เห็นแต่ข้างหลังของคนข้างหน้า

อ่านมาถึงตรงนี้ถ้าคุณเริ่มรู้สึกจุกอก เริ่มตึงที่หัวนั่นแปลว่าคุณตระหนักได้ว่ามีบางอย่างต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว

หรือจะไม่ยอมรับความจริงว่าสิ่งที่คุณทำอยู่อาจพาคุณไปผิดทาง

การที่จะรอดพ้นในปี 2569 ไม่ใช่ว่าคุณต้องขยันแค่ไหนแต่ตลาดจะถามคุณเองว่าคุณเป็นใครในตลาดนี้และคุณต้องตอบกับตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่าหลังจากวันนี้...คุณคือใคร
main-image
profile-avatar
matching 26 กุมภาพันธ์ 2569 17:47